กรมธนารักษ์ เดินหน้าตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดประชุม อบรม สัมมนา 4 ภาค
กรมธนารักษ์สนองนโยบายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล โดยจัดประชุม อบรม สัมมนา 4 ภาค ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับท้องถิ่นในจังหวัดเพื่อการสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจในชุมชน
ณ กรมธนารักษ์ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กระทรวงการคลังจึงมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดสามารถจัดการประชุม อบรม สัมมนา ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้ตามความเหมาะสม กรมธนารักษ์จึงได้ดำเนินการจัดประชุม อบรม สัมมนา 4 ภาค ทั่วประเทศ เพื่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรในสังกัดกรมธนารักษ์ และมุ่งหวังส่งเสริมและสนับสนุนให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งแบบยั่งยืน
นายยุทธนา กล่าวต่อว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ กรมธนารักษจะจัดการประชุม สัมมนา ผู้บริหารและธนารักษ์พื้นที่ต่างๆ เพื่อหารือการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และรับทราบข้อคิดเห็นในการสัมมนางานทุกๆ ด้าน ตลอดจนให้มีการทำ CSR (Corporate Social Responsibility) ให้กับชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งการจัดกิจกรรมศึกษา ดูงานในพื้นที่ หรือโครงการสำคัญๆ ในชุมชน เพื่อสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ต่อการดำเนินงานของกรมธนารักษ์ที่จะสามารถเข้าถึงกับประชาชนในชุมชนและสร้างประโยชน์ต่อชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย โดยจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ทั่วประเทศ ดังนี้
- การพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมธนารักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- กลุ่มจังหวัดเขตภาคเหนือ 17 จังหวัด ประกอบด้วย สำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2563 โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่
- กลุ่มจังหวัดเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ประกอบด้วย สำนักงานธนารักษ์พื้นที่บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2563โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ จังหวัดขอนแก่น
- กลุ่มจังหวัดเขตภาคใต้ 14 จังหวัด ประกอบด้วย สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2563 โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- กลุ่มจังหวัดเขตภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก 25 จังหวัด ประกอบด้วย สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2563 โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ จังหวัดระยอง
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้จัดโครงการที่มีส่วนประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังให้การดำเนินงานในภารกิจของกรมธนารักษ์เป็นไปด้วยความราบรื่น และสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ดังนี้
- โครงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของกรมธนารักษ์ รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2563 ระหว่างวันที่ 15 – 17 กรกฎาคม 2563 ณ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือน ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน จรรยาข้าราชการกรมธนารักษ์ และผลเสียของการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งเกิดความตระหนักตื่นตัวต่อปัญหาการทุจริต ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชั่นในภาครรัฐ
- การประชุมเชิงปฏิบัติการ “การประมวลความรู้งานด้านกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ประจำปี พ.ศ. 2563 ระหว่างวันที่ 17 – 18 กรกฎาคม 2563 ณ จังหวัดราชบุรี เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุแปลงสวนผึ้ง ในความครอบครองของทหาร โดยมีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรมธนารักษ์ ส่วนราชการจังหวัดราชบุรี และหน่วยงานกองทัพบกในจังหวัดราชบุรี ซึ่งคาดว่าการประสานความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อภารกิจของกรมธนารักษ์
การจัดกิจกรรมดังกล่าว กรมธนารักษ์จะคำนึงถึงการรักษาสุขอนามัย และความปลอดภัยในการป้องกันโรคจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ทั้งนี้ กรมธนารักษ์คาดว่า การจัดกิจกรรมในทุกพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจฐานรากในชุมชนต่างๆ แข็งแกร่งมากขึ้น โดยการสร้างโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนก่อให้เกิดการสร้างรายได้ในทุกระดับ อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวในที่สุด
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/33368
