คกก. เห็นชอบ 8 ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

คกก. เห็นชอบ 8 ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

          คณะกรรมการ เห็นชอบ 8 ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมเร่งยกระดับผลปฏิบัติตามมารฐานสากลด้าน AML/CFT 5 ข้อ ภายใน ปี 2564



          วันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประสานและกำกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของนิติบุคคลและบุคคลที่มีการตกลงกันทางกฎหมาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรไม่แสวงหากำไรไทยและต่างประเทศ และผลการดำเนินงานขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT)

 

          ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

  1. กลไกการป้องกันสถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
  2. ระบบการป้องกันองค์กรไม่แสวงหากําไร/นิติบุคคล
  3. ยกระดับงานด้านข่าวกรองทางการเงิน
  4. การบูรณาการบังคับใช้กฏหมาย และการดําเนินการกับทรัพย์สิน
  5. ยกระดับการดําเนินคดีอาญาฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
  6. เครือข่ายความร่วมมือและความเป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์
  7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
  8. การใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

 

          โดยในปี 2564 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกรทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นการขอยกระดับผลปฏิบัติตามมารฐานสากลด้าน AML/CFT ต่อกลุ่ม Asia Pacific Group on Money Laundering (APG) ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่ง คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น โดยสามารถยกระดับข้อแนะนำได้อีก 5 ข้อ ภายในปี 2564 เพื่อให้ APG พิจารณายกระดับเป็นกลุ่ม Regular Follow-up (กลุ่มที่มีการปฏิบัติสอดคล้องกับมาตรฐานสากลในระดับดี)

 


ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/37099