นายกรัฐมนตรี ชี้เเจงการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี

นายกรัฐมนตรี ชี้เเจงการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี

           นายกรัฐมนตรี ชี้เเจงการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ยืนยันภาครัฐมีกรอบงบประมาณที่กำหนดไว้ชัดเจนตรวจสอบได้



           วันที่ (16 ก.พ. 64) เวลา 19.25 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 23 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงถึงกรณีการเบิกจ่ายงบประมาณ ดังนี้

           นายกรัฐมนตรีเผยว่า ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 92.25 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในขณะที่ช่วงการบริหารประเทศได้มีการจัดทำมาตราการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ ส่งผลให้การกระจายงบประมาณในภาพรวมของประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ปีงบประมาณ 2563 ผลการใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 98.71 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

โดยสาเหตุของการเบิกจ่ายที่ล่าช้า ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมานาน เนื่องมาจาก

1. ปัญหาความพร้อมของพื้นที่ กรรมสิทธิ์ที่ดิน ราคาที่ดิน ขาดการบูรณาการกันในระดับพื้นที่ ทำให้เกิดการดำเนินการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น โดยต้องมีการปรับเป้าหมาย เปลี่ยนแปลงรายการ หรือ ยกเลิกรายการ

2. หน่วยรับงบประมาณเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ ปรับคุณลักษณะของครุภัณฑ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง

3. เมื่อเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะขั้นตอนการเผยแพร่เอกสาร พบว่าขอบเขตงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุของหลายหน่วยงานมีข้อวิจารณ์ และต้องปรับปรุงการกำหนดขอบเขตของงาน TOR ตามข้อวิจารณ์ รวมถึงการอุธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้างที่จะต้องจัดส่งรายงานและความเห็น พร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุธรณ์ เป็นผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้การลงนามในสัญญาเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด

4. กฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนในการขออนุญาตใช้พื้นที่ต้องผ่านการปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับ และผ่านการพิจารณาจากหลายหน่วยงาน

5. ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ล่าช้า ไม่เบิกจ่ายตามงวดงาน หรือรอเบิกค่าทีเดียวเมื่องานแล้วเสร็จ

6. บุคลากรของส่วนราชการในจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับองค์ความรู้ทางกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างด้วย อย่างไรก็ตาม มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน มิเช่นนั้นจะเรียกคืนมาทำโครงการใหม่

7. กรณีงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ผู้อำนวยการในพื้นที่จะดำเนินการแผนงานโครงการในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่สังกัดก่อน แล้วจึงดำเนินการโครงการในส่วนของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในลำดับถัดไป รายการที่มีวงเงินเกิน 1 พันล้าน ซึ่งเป็นโครงการใหญ่และมีขั้นตอนการดำเนินงานที่ซับซ้อนกว่าโครงการภาครัฐทั่วไป ประกอบกับระหว่างการดำเนินการ มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการให้เหมาะสมกับการใช้งาน

8. หน่วยรับงบประมาณบางส่วนไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนการปฏิบัติงานที่กำหนดหรือยกเลิกการดำเนินการ เพราะเงื่อนไขบางประการ เช่น การดำเนินงานตามฤดูการ การดำเนินงานตามปฏิทินการดำเนินงานในช่วงสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติไม่เอื้อต่อการดำเนินงาน

           ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันมีการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันการใช้จ่ายงบประมาณที่ดีขึ้น โดยอ้างอิงจากสถิติการใช้จ่าย พร้อมขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันดูแลการจัดทำแผนใช้จ่ายเงินงบประมาณให้ตรงตามกรอบที่กำหนด มีรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เสียเวลาและสามารถเบิกจ่ายได้ตามแผน

 


 

ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/39155