พม. เตรียมลงนาม MOU โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมลงนาม MOU โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน โดยต้องการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างบูรณาการและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวมและครอบคลุมในทุกมิติอย่างยั่งยืน
วันนี้ (1 มี.ค. 64) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ นายอนุกูล ปีดแก้ว รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะโฆษกกระทรวง พม. เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด 19) ได้ส่งผลกระทบเพิ่มมากขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ครอบครัวยากจนที่มีเด็กเล็ก ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก และผู้มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยข้อมูลรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ปี 2562 พบว่า มีคนจน จำนวน 4.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 6.24 ของประชากรในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน โดยต้องการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างบูรณาการและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวมและครอบคลุมในทุกมิติอย่างยั่งยืน
นายอนุกูล กล่าวว่า กระทรวง พม. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านสังคมของภาครัฐในการส่งเสริมการจัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางให้มีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต จะได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวรายงานถึงการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/39510
