กรมอนามัย เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น

กรมอนามัย เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น

         กรมอนามัย เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น แนะประชาชนสวมหน้ากากใช้หลัก 3 – 3 – 1 และเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง



         นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 5 – 7 มีนาคม 2564 ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจเกิดการสะสมของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น จากการเผาในที่โล่ง และหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับความเร็วลมอ่อน ส่งผลให้บางพื้นที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มถึงระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

         ประชาชนและกลุ่มเสี่ยงจะต้องป้องกันตนเองควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Air4thai ของกรมควบคุมมลพิษ หรือติดตามข่าวสารตามช่องทางต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ เช่น เพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM2.5” อย่างต่อเนื่อง เมื่อออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากทุกครั้ง

         ทั้งนี้ ผลสำรวจผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 โดยการประเมินอาการตนเองของประชาชน ด้วยอนามัยโพล ล่าสุด พบว่า มีอาการมากที่สุดยังคงเป็น มีน้ำมูก รองลงมาคือ ระคายเคืองตา และ แสบจมูก กลุ่มอายุที่พบอาการมากสุดเป็นกลุ่มอายุ 55 – 64 ปี จังหวัดที่พบว่ามีอาการมากที่สุด ได้แก่ ชัยนาท สุโขทัย สกลนคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบว่ามีฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน

         สำหรับการเลือกและใช้หน้ากากที่ถูกต้องขอให้ใช้หลัก 3 – 3 – 1 ได้แก่ 3 เลือก คือ เลือกหน้ากากที่ได้มาตรฐาน เลือกหน้ากากให้เหมาะสมกับกิจกรรมและการใช้งาน และ เลือกขนาดหน้ากากให้เหมาะสมกับใบหน้า , 3 ใช้ คือ ใช้หน้ากากให้ถูกต้อง ครอบครบทั้งจมูก และปาก ไม่สวมไว้ใต้คาง ใช้หน้ากากตลอด ยกเว้นตอนกินกับออกกำลังกาย ใช้หน้ากากเป็นของตัวเองไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ส่วน 1 คือ การทิ้ง ต้องทิ้งลงถังขยะและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

 



ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210303145052914