ศปถ. เข้มดูแลความปลอดภัยรองรับการเดินทางกลับ กวดขันขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เข้มดูแลความปลอดภัยรองรับการเดินทางกลับ กวดขันขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมฝากเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อีกทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (DMHTT)
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 15 เม.ย.64 วันที่หกของการรณรงค์ “สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด”
เกิดอุบัติเหตุ 313 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 29 ราย ผู้บาดเจ็บ 310 คน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.35
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 88.79
ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 61.66 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.13 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 30.67
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 25.56 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 40 – 49 ปี ร้อยละ 15.63
จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,905 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,218 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 377,754 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 231,838 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 17,318 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 16,505 ราย
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (15 ครั้ง)
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ระยอง หนองคาย (จังหวัดละ 2 ราย)
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี (15 คน)
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เผยว่าในวันนี้ประชาชนยังอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก ประกอบกับความอ่อนล้าจากการขับรถทางไกล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
ระยะนี้หลายพื้นที่ยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนอง จึงขอฝากเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อีกทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (DMHTT) โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ตนเองและสังคม
ที่มา : https://bit.ly/3slmsVC
