บขส. ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่ง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข “สวมหน้ากากอนามัย-เว้นระยะห่าง-สแกนไทยชนะ” ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19
นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส. ได้พิจารณาปรับตารางการเดินรถ โดยปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทรวงคมนาคม และประกาศของกรมการขนส่งทางบก ที่ให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น โดยให้ปรับลดการให้บริการในช่วงเวลา 23.00 – 04.00 น. เริ่มตั้งแต่วันนี้ (20 เมษายน 2564) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เส้นทางภาคเหนือ เปิดให้บริการ 12 เส้นทาง อาทิ
- เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่
- กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์
- กรุงเทพฯ-เชียงราย
- กรุงเทพฯ-แม่สอด
- กรุงเทพฯ-แม่สาย
- กรุงเทพฯ-เชียงคำ
- กรุงเทพฯ-หล่มเก่า
- กรุงเทพฯ-คลองลาน รวม 32 เที่ยววิ่ง
- เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เปิดให้บริการ 11 เส้นทาง อาทิ
- เส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองบัวลำภู
- กรุงเทพฯ-นครพนม
- กรุงเทพฯ-เลย-เชียงคาน
- กรุงเทพฯ-สุรินทร์
- กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์
- กรุงเทพฯ-สังขะ-ขุขันธ์-กันทรลักษณ์-เดชอุดม-อุบลราชธานี
- กรุงเทพฯ-มุกดาหาร, กรุงเทพฯ-รัตนบุรี
- กรุงเทพฯ-จันทบุรี-ตราด
- กรุงเทพฯ-สระบุรี รวม 30 เที่ยววิ่ง
- เส้นทางภาคใต้ เปิดให้บริการ 12 เส้นทาง อาทิ
- เส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง-สตูล
- กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก
- กรุงเทพฯ-ยะลา
- กรุงเทพฯ-ภูเก็ต
- กรุงเทพฯ -หาดใหญ่-สงขลา
- กรุงเทพฯ -คลองท่อม-กระบี่
- กรุงเทพฯ เกาะสมุย
- กรุงเทพฯ-ตะกั่วป่า-โคกกลอย
- กรุงเทพฯ-นครศรีฯ-หัวไทร
- หมอชิต2-ภูเก็ต
- หมอชิต2-กระบี่
- หมอชิต2-ตรัง-สตูล
- หมอชิต2-เกาะสมุย
- หมอชิต2-หาดใหญ่ เป็นต้น รวม 36 เที่ยววิ่ง สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และให้ดูแลทำความสะอาดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารสถานี และบนรถโดยสารก่อนนำรถมาวิ่งให้บริการ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างขณะใช้บริการ , ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะหรือแพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้งที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ หากผู้โดยสารมีอาการไข้ ร่วมกับมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ บขส. หรือบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ทันที
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/41071
