สสส.ร่วมกับ มศว. – ศจย. และ อภ. วิจัยผลิตยาเลิกบุหรี่ไซทิซีน สกัดจากสมุนไพร จามจุรีสีทอง

สสส.ร่วมกับ มศว. – ศจย. และ อภ. วิจัยผลิตยาเลิกบุหรี่ไซทิซีน สกัดจากสมุนไพร จามจุรีสีทอง

          สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ และองค์การเภสัชกรรมวิจัยผลิตยาเลิกบุหรี่ไซทิซีน สกัดจากสมุนไพร จามจุรีสีทอง



          นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก สำหรับประเทศไทยปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดคำขวัญว่า “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” โดย สสส. ได้ประสานพลังร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนให้สังคมไทยปลอดควันบุหรี่ โดยสนับสนุนมาตรควบคุมยาสูบในทุกระดับ พร้อมให้บริการบำบัดการติดบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคติน เพื่อให้คนไทยเลิกบุหรี่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งการให้บริการบำบัดการติดบุหรี่มีทั้งในรูปแบบของการใช้ยาและไม่ใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ อาทิ คลินิกฟ้าใส ร้านยาอาสาพาเลิกบุหรี่ ระบบบริการพยาบาลเพื่อเลิกบุหรี่แบบ One Stop Service สายเลิกบุหรี่ 1600 โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ลงได้ตามเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกกำหนดคือ ลดอัตราการสูบบุหรี่เหลือ 15% ของประชากรทั่วโลก หรือมีผู้สูบบุหรี่ไม่เกิน 9 ล้านคน ภายในปี 2568

          ด้าน รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในฐานะรองประธานเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ มศว. ร่วมกับศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สสส. และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กำลังศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนายาเลิกบุหรี่ชนิดใหม่ในประเทศไทย ชื่อว่าไซทิซีน (Cytisine) เป็นสารสกัดธรรมชาติจากเมล็ดจามจุรีสีทอง มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการถอนนิโคติน ทำให้ผ่อนคลายไม่หงุดหงิดขณะเข้ากระบวนการเลิกบุหรี่ ซึ่งยาชนิดนี้ใช้มานานกว่า 60 ปีในยุโรปตะวันออก เป็นยาเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพดีและปลอดภัย จึงเป็นยาที่องค์การอนามัยโลกให้การรับรองและสนับสนุนให้รัฐบาลทุกประเทศจัดหาไว้ เพื่อช่วยให้ประชาชนของตนเข้าถึงยาเลิกบุหรี่ที่ราคาถูกได้ง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้งานวิจัยของประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับบริการเลิกบุหรี่ด้วยยาชนิดนี้ 500 คน เทียบกับอีกกลุ่มที่ใช้ยาชนิดอื่นอีก 500 คน โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เมื่อได้ผลวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว อภ. จะขึ้นทะเบียนยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย.) จากนั้นจะผลักดันยานี้ ให้เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติต่อไป

 


ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124218444

-->