กรมชลประทาน เตือนสถานการณ์พายุโซนร้อน คมปาซุ ทำฝนตกหนักหลายพื้นที่

กรมชลประทาน เตือนสถานการณ์พายุโซนร้อน คมปาซุ ทำฝนตกหนักหลายพื้นที่

           กรมชลประทาน เตือนสถานการณ์พายุโซนร้อน คมปาซุ ทำฝนตกหนักหลายพื้นที่ สั่งพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชม. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด



           นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสักในช่วงวันที่ 15 – 21 ตุลาคม 2564 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปรับการระบายน้ำในอัตราอยู่ระหว่าง 300 – 450 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเเละปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพน้ำฝน-น้ำท่า ทั้งบริเวณเหนือเขื่อนและด้านท้ายเขื่อน ส่วนปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้น จะใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่างรับน้ำ ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกงและทะเลอ่าวไทยตามลำดับ จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย

           สำหรับระดับน้ำในวันนี้ ที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เพิ่มขึ้น 63 เซนติเมตร ยังต่ำกว่าตลิ่ง /อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพิ่มขึ้น 1.62 เมตร ยังต่ำกว่าตลิ่ง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพิ่มขึ้น 1 เมตร ยังต่ำกว่าตลิ่งเช่นกัน และที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลดลง 30 เซนติเมตร

           ขณะที่แม่น้ำลพบุรี ระดับน้ำที่ไหลผ่านในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี และอำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลดลงเฉลี่ยวันละ 5 – 10 เซนติเมตร ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำในอัตรา 304 ลบ.ม./วินาที ด้านสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนสถานการณ์น้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของทุ่งฝั่งตะวันออก ระดับน้ำลดลงกว่า 1 เมตร สามารถใช้เส้นทางสัญจรภายในหมู่บ้านได้แล้ว ขณะที่ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เกิดฝนตกหนัก และหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม จะทำการเร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป

           กรมชลประทาน เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

 


ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211015194109441