กรมชลประทาน ใช้ระบบบริหารน้ำ ลดผลกระทบ ทั้งในลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำมูล- แม่น้ำชี
กรมชลประทาน ใช้ระบบบริหารน้ำ ลดผลกระทบ ทั้งในลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำมูล- แม่น้ำชี โดยใช้ระบบบริหารจัดการน้ำของกรมทุกชนิดอย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งเขื่อน ประตูระบายน้ำ (ปตร.) แก้มลิง สถานีสูบน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ในการช่วยกักเก็บน้ำ หน่วงน้ำ จัดจราจรน้ำและเร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบอุทกภัยจากพายุเตี้ยนหมู่และคอมปาซุ ช่วยเหลือประชาชนให้สามารถกลับเข้าบ้านเรือนให้ได้เร็ว ซึ่งในแต่ละพื้นที่ที่ประสบภัยได้ตั้งศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยส่วนหน้า ปัจจุบันตั้ง 2 พื้นที่คือ ศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล(ส่วนหน้า) และที่แม่น้ำท่าจีนซึ่งเป็นระบบบริหารฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีการบริหารและสั่งการงานในพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ
สำหรับระบบบริหารน้ำของกรมชลประทานในพื้นที่เจ้าพระยานั้น จะมีระบบบริหารฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ช่วยในการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาสายหลัก เพื่อเร่งระบายน้ำออกทะเล โดยจะมีการติดตามสถานการณ์และพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผ่านสถานีวัดน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์(C2) โดยพิจารณาการผันน้ำเข้าทางน้ำฝั่งตะวันตกเช่น แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองมะขามเฒ่าอู่ทองและทางน้ำฝั่งตะวันออก เช่น คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองชัยนาท-อยุธยา และระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม ปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อมารวมกับแม่น้ำป่าสักที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องไม่ทำให้ปริมาณน้ำผ่าน อำเภอบางไทรเกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่จะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครได้
นอกจากนี้ ในช่วงปลายของแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีการบริหารโดยใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริช่วยในการเร่งการเดินทางของน้ำให้ออกทะเลเร็วที่สุดและมากที่สุด
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211029105145289
