กรมราชทัณฑ์ เร่งจัดทำระบบฝากเงินออนไลน์ให้ครบทุกเรือนจำ ยังขาดอีก 37 แห่ง รองบสนับสนุน

กรมราชทัณฑ์ เร่งจัดทำระบบฝากเงินออนไลน์ให้ครบทุกเรือนจำ ยังขาดอีก 37 แห่ง รองบสนับสนุน

         กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินระบบบริการบัญชีเงินฝากผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์ (E-Payment) ว่า มีเรือนจำทั่วประเทศดำเนินการไปแล้ว 70 แห่ง มีระบบของตัวเองก่อนแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้ง 15 แห่ง ยังไม่มีระบบของกรมราชทัณฑ์ 10 แห่ง อยู่ระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากดอกเบี้ยเงินกลางของกรมบังคับคดีและงบประมาณปี 2566 จำนวน 37 แห่ง



         นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินระบบบริการบัญชีเงินฝากผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์ (E-Payment) ว่า มีเรือนจำทั่วประเทศดำเนินการไปแล้ว 70 แห่ง มีระบบของตัวเองก่อนแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้ง 15 แห่ง ยังไม่มีระบบของกรมราชทัณฑ์ 10 แห่ง อยู่ระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากดอกเบี้ยเงินกลางของกรมบังคับคดีและงบประมาณปี 2566 จำนวน 37 แห่ง

         ระบบจะเชื่อมต่อกับธนาคารกรุงไทย และระบบของร้านค้าสงเคราะห์กรมราชทัณฑ์ มีช่องทางการฝากเงินคือ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย และแอพพลิเคชั่นของธนาคาร โดยหากฝากไม่เกิน 1,000 บาท จะไม่เสียค่าธรรมเนียม หากฝากเกิน 1,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท

บุคคลที่สามารถลงทะเบียนจัดทำบัตรฝากเงินได้ คือ

1. บิดา มารดา ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย บุตรหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับบุคคลที่ผู้ต้องขังได้ระบุให้เป็นผู้มีสิทธิในการเข้าเยี่ยม

2. ตัวแทนจากหน่วยงานราชการ เช่น สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล โดยหลักฐานในการจัดทำบัตรฝากเงิน ประกอบด้วย บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง กรณีผู้ต้องขังต่างชาติ สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารหรือสมุดบัญชีธนาคารเล่มจริงที่ยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ปกติ หากผู้ต้องขังต่างชาติ ไม่มีญาติเป็นคนไทย ขอเอกสารหนังสือมอบหมายจากสถานทูต สถานกงสุลของผู้ต้องขังเพิ่มเติม

 


ที่มา : https://bit.ly/3ET4qjU