รัฐบาล เดินหน้าแก้ปัญหาราคาปุ๋ยครบวงจร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดันปุ๋ยสั่งตัด-อินทรีย์-ชีวภาพ ลดต้นทุน
รัฐบาล เดินหน้าแก้ปัญหาราคาปุ๋ยครบวงจร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดันปุ๋ยสั่งตัด-อินทรีย์-ชีวภาพ ลดต้นทุน โดยรัฐบาลได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทั้งแบบเร่งและแผนระยะยาว โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ปุ๋ยช่วยเกษตรกร” มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ รวม 4.5 ล้านกระสอบ มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า 2.2 ล้านกระสอบ
สำหรับแผนระยะยาวคือ การส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (ปุ๋ยสั่งตัด) ตอนนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ กว่าแสนราย คิดเป็นพื้นที่รวม 1.3 ล้านไร่ ใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน 6 แสนไร่ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ 45 ลดต้นทุนได้ร้อยละ 37 คิดเป็นมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท และกำลังเสนอขอดำเนินงานโครงการระยะที่ 2 มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 299 ศูนย์ ใน 58 จังหวัด เกษตรกร 5.2 หมื่นราย ครอบคลุมพื้นที่ 2.5 แสนไร่
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น รัฐบาลได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทั้งแบบเร่งและแผนระยะยาว โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ปุ๋ยช่วยเกษตรกร” มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ รวม 4.5 ล้านกระสอบ มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า 2.2 ล้านกระสอบ
สำหรับแผนระยะยาวคือ การส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (ปุ๋ยสั่งตัด) ตอนนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ กว่าแสนราย คิดเป็นพื้นที่รวม 1.3 ล้านไร่ ใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน 6 แสนไร่ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ 45 ลดต้นทุนได้ร้อยละ 37 คิดเป็นมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท และกรมฯกำลังเสนอขอดำเนินงานโครงการฯ ระยะที่ 2 มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 299 ศูนย์ ใน 58 จังหวัด เกษตรกร 5.2 หมื่นราย ครอบคลุมพื้นที่ 2.5 แสนไร่
นอกจากนี้ นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยโปแตชภายในประเทศ การแลกเปลี่ยนปุ๋ยไนโตรเจนและโปแตชกับประเทศมาเลเซีย การหาแหล่งแม่ปุ๋ยนำเข้าจากประเทศอื่นที่นอกเหนือจากที่เคยนำเข้าเดิม
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211111143250496
