สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนตุลาคม 2564

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนตุลาคม 2564

           สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนตุลาคม 2564 โดยสิ้นเดือน ก.ย.2564 มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความร่วมมือกับ สศค. ร่วมมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากโควิด 19 ทั้งสิ้น 402 ราย ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนสะสมทั้งสิ้น 23,172 บัญชี


 

           นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้กับลูกหนี้ ประกอบด้วย การลดค่างวด การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว การพักชำระค่างวด การพักชำระเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และการพักชำระเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ย รวมจำนวนสะสม (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 – เดือนกันยายน 2564) ทั้งสิ้น 402 ราย ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวนสะสมทั้งสิ้น 23,172 บัญชี โดยจังหวัดที่มีจำนวนผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สะสม สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (50 ราย) ขอนแก่น (32 ราย) และกรุงเทพมหานคร (24 ราย)

           สำหรับภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2564 มีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ 1,018 ราย ใน 75 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (593 ราย) รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (174 ราย) ภาคเหนือ (133 ราย) ภาคตะวันออก (66 ราย) และภาคใต้ (52 ราย) ตามลำดับ ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อ พิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2564 ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,135,016 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 16,112.41 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 14,195.76 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

  1. สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น 888 ราย ใน 74 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 867 ราย ใน 74 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (80 ราย) กรุงเทพมหานคร (71 ราย) และขอนแก่น (51 ราย)
  2. สินเชื่อประเภทพิโกพลัส ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 168 ราย ใน 50 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 151 ราย ใน 46 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (25 ราย) อุดรธานี (10 ราย) อุบลราชธานีและกรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 9 ราย)
  3. ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 222,920 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 4,620.59 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1 – 3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 29,571 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 629.44 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.62 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 36,524 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 858.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.57 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม

           นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 10,257 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 จำนวน 163 ราย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการได้ทางเว็บไซต์ www.1359.go.th และสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599
  • ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567
  • ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359
  • ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร. 0 2575 3344

 



ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/49283

-->