กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้

              กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้ โดยแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ราชบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ควรเฝ้าระวังค่าความเค็มของน้ำไม่ควรเกินกว่า 0.75 กรัมต่อลิตร หรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) สูงเกินกว่า 750 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร หากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ต้นกล้วยไม้มีอาการปลายรากกุด ใบเริ่มลู่ลง นิ่ม และเหลืองก่อนที่จะหลุด เนื้อเยื่อแห้งไม่เจริญเติบโต และอาจรุนแรงถึงตายได้ในที่สุดกรมส่งเสริมการเกษตร เล็งเห็นผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับสวนกล้วยไม้



              นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศมีความแปรปรวนค่อนข้างเร็ว ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าสวนกล้วยไม้ โดยในต้นปี 2565 กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนที่ขึ้นสูงสุดไว้ 2 ช่วง ได้แก่ ในช่วงวันที่ 20 – 23 มกราคมนี้ และวันที่ 31 มกราคม 2565 ซึ่งอาจจะเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่ที่เป็นปากแม่น้ำซึ่งเชื่อมติดกับทะเลเป็นระยะเวลาสั้นๆ และจะกลับคืนสู่สภาพปกติ

              กรมส่งเสริมการเกษตร ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ราชบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ควรเฝ้าระวังค่าความเค็มของน้ำไม่ควรเกินกว่า 0.75 กรัมต่อลิตร หรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) สูงเกินกว่า 750 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร หากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ต้นกล้วยไม้มีอาการปลายรากกุด ใบเริ่มลู่ลง นิ่ม และเหลืองก่อนที่จะหลุด เนื้อเยื่อแห้งไม่เจริญเติบโต และอาจรุนแรงถึงตายได้ในที่สุดกรมส่งเสริมการเกษตร เล็งเห็นผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับสวนกล้วยไม้

              ขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ ควรเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ อาทิ ตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ย และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้เครื่องวัด EC ด้วยตนเอง หากแหล่งน้ำที่นำมารดกล้วยไม้ยังมีคุณภาพดี ให้สูบน้ำเข้ามาเก็บกักในบ่อพักให้เต็ม เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดน้ำทะเลหนุน ควรรักษาระดับน้ำในบ่อพักน้ำในสวนกล้วยไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำข้างนอก เพื่อดันไม่ให้น้ำจากข้างนอกซึ่งอาจจะเป็นน้ำเค็มไหลซึมเข้าบ่อ / ปรับเปลี่ยนวิธีการให้น้ำอย่างประหยัด ด้วยการนำหัวสปริงเกอร์แบบประหยัดน้ำที่มีอัตราการใช้น้ำ 100 – 120 ลิตร ต่อ 1 หัว ในเวลา 1 ชั่วโมง มาใช้แทน

              หากน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้น ควรลดอัตราการผสมปุ๋ยลงจากเดิม เนื่องจากปุ๋ยเป็นเกลือชนิดหนึ่งซึ่งจะเพิ่มความเค็มของน้ำ และหากน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้วมีค่าความเค็มสูงเกินไป ปุ๋ยจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่รากหรือต้นกล้วยไม้หากเกษตรกรผลิตกล้วยไม้ที่มีราคาสูงและต้องการกล้วยไม้ที่มีคุณภาพดี อาจจะพิจารณาใช้เครื่องกรองน้ำแบบ Reverse Osmosis ซึ่งสามารถกรองเกลือที่ละลายในน้ำอย่างได้ผล



ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120135807399

-->