กระทรวงการคลัง และ ธปท. ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก PayPal หยุดให้บริการชั่วคราว

กระทรวงการคลัง และ ธปท. ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก PayPal หยุดให้บริการชั่วคราว

           กระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ขยายเวลาที่บริษัทจะต้องโอนย้ายการให้บริการ แก่ลูกค้าไทยในต่างประเทศมาอยู่ภายใต้ PayPal ประเทศไทย ออกไปเป็นสิ้นปี 2565 ทำให้ลูกค้าไทยที่มีบัญชี PayPal อยู่แล้วในปัจจุบันจะยังสามารถใช้บริการได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้สั่งการให้บริษัทเร่งพัฒนาระบบให้มีกระบวนการแสดงตนและพิสูจน์ยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer : KYC)ที่สอดคล้องตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาดังกล่าวรวมทั้งมีแนวทางให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ จากการปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาตลอดจนมีช่องทางที่สะดวกและเพียงพอให้ลูกค้าติดต่อสอบถามปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการ ซึ่ง ธปท. จะติดตามการดำเนินการของบริษัทในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป



           นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันระหว่าง ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และบริษัท PayPal ประเทศไทย เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการที่บริษัท PayPal จะหยุดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2565 จนกว่าจะปรับปรุงระบบการให้บริการให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายไทยได้นั้น ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันว่า เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการรายย่อยข้างต้น จึงพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปเป็นการชั่วคราว

           ในการนี้ กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้ขยายเวลาที่บริษัทจะต้องโอนย้ายการให้บริการแก่ลูกค้าไทยในต่างประเทศมาอยู่ภายใต้ PayPal ประเทศไทย ออกไปเป็นสิ้นปี 2565 ทำให้ลูกค้าไทยที่มีบัญชี PayPal อยู่แล้วในปัจจุบันจะยังสามารถใช้บริการได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้สั่งการให้บริษัทเร่งพัฒนาระบบให้มีกระบวนการแสดงตนและพิสูจน์ยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer : KYC) ที่สอดคล้องตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาดังกล่าว รวมทั้งมีแนวทางให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนมีช่องทางที่สะดวกและเพียงพอให้ลูกค้าติดต่อสอบถามปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการ ซึ่ง ธปท. จะติดตามการดำเนินการของบริษัทในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป


           ทั้งนี้ การดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจการชำระเงินปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการชำระเงินและการคุ้มครองผู้ใช้บริการ อีกทั้ง ธปท. ยังได้สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ และเป็นการส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้บริการชำระเงินสามารถสนับสนุนการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ

 


ที่มา : https://www.posttoday.com/finance-stock/news/677370

-->