กรมปศุสัตว์ คุมเข้มสานนโยบายตรวจสอบห้องเย็นรอบ 3 กันกักตุนสินค้า

กรมปศุสัตว์ คุมเข้มสานนโยบายตรวจสอบห้องเย็นรอบ 3 กันกักตุนสินค้า

        กรมปศุสัตว์ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญในกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว



        นายสัตว์แพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญในกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว

        กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย สนธิกำลังตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นรอบที่ 3 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน- 23 พฤษภาคม 2565

        ผลการตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่รอบที่ 3 จำนวน 50 แห่ง ในจังหวัดตาก น่าน ระยอง นครศรีธรรมราช สระแก้ว เชียงราย เและเชียงใหม่ ตรวจพบซากสุกรจำนวนกว่า 198,394 กิโลกรัม รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่ (รอบที่ 3) รวมสะสมตั้งแต่ 27 เมษายน – 23 พฤษภาคมนี้รวมมากกว่า 12 ล้านกิโลกรัม จากห้องเย็นรอบสามทั้งหมด 287 แห่ง

        สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ในวันพระที่ 23 พฤษภาคมนี้ ภาพรวมปริมาณผลผลิตสุกรทั้งประเทศยังคงเพียงพอกับความต้องการบริโภค แม้บางภูมิภาคยังต้องเคลื่อนย้ายจากภูมิภาคอื่น โดยห้างค้าปลีกตั้งราคาชิ้นส่วนเนื้อแดง สะโพก หัวไหล่ จูงใจที่ 169-189 บาต่อกิโลกรัม โดยชิ้นส่วนชนิดอื่นๆ เป็นไปตามโครงสร้างราคาตามความต้องการของตลาด หลังวันที่ 1 มิถุนายน 2565 การผ่อนคลายสถานบันเทิงจะเป็นปัจจัยเพิ่มความต้องการบริโภค ผู้เลี้ยงทุกภูมิภาคยังคงให้ความร่วมมือกับรัฐบาลที่ระดับราคาสุกรขุน 100 บาทต่อกิโลกรัม ถึงแม้ว่าราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หน้าโรงงานอาหารสัตว์ทะยานขึ้นต่อในสัปดาห์นี้ ในช่วง 13.10-13.40 บาทต่อกิโลกรัม โดยข้าวสาลีในต่างประเทศที่เป็นตัวทดแทนส่วนขาดของข้าวโพดขยับราคาไปเกิน 15 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว

 


ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220524101048611

-->