องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงวันหยุดต่อเนื่อง
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 3 – 6 มิถุนายน 2565 ซึ่งประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ด้วยวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ส่งผลให้มีวันหยุดต่อเนื่อง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มิถุนายน 2565 ซึ่งประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จึงได้จัดแผนการเดินรถโดยสารรองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 มิถุนายน 2565 เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่งเฉลี่ยวันละ 2,730 คัน จำนวน 17,054 เที่ยว
2. จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยาน จำนวน 5 เส้นทาง รวม 45 คัน ดังนี้
– สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 15 คัน
– สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 12 คัน
– สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 7 คัน
– สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 7 คัน
– สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 4 คัน
3. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 5 สถานี รวม 34 เส้นทาง ดังนี้
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556
– สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 21, 25, 34, 73 และ 501
– สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สาย 49 และ 67
4. มาตรการความปลอดภัยด้านพนักงานประจำรถ
– กำกับดูแลพนักงานขับรถโดยสารให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานเก็บค่าโดยสารดูแลการขึ้น – ลงของผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด ให้บริการด้วยความสุภาพเรียบร้อย
– ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร พร้อมทั้งกำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร
– ให้พนักงานขับรถตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารและอุปกรณ์ส่วนควบ ก่อนนำรถออกให้บริการ ประสานผู้รับเหมาซ่อมรถตรวจเช็กสภาพรถโดยสาร และซ่อมบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี
– จัดพนักงานนายตรวจและเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษประจำจุด ณ ป้ายหยุดรถโดยสารที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลการขึ้น – ลงรถของผู้ใช้บริการ
5. มาตรการความปลอดภัยด้านรถโดยสารประจำทาง
– เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน
– ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่งราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น
– ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บริเวณหลังเบาะที่นั่งและบริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทางกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียวและเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์
– ติดตั้งป้ายข้อความ “เหลือรถอีก 2 คันสุดท้าย” “เหลือรถอีก 1 คันสุดท้าย” “รถคันสุดท้าย”บริเวณกระจกด้านหน้ารถโดยสารที่วิ่งให้บริการ 3 คันสุดท้ายในแต่ละวัน
6. มาตรการความปลอดภัยด้านผู้ใช้บริการ
– ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร
– ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น
– เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกน QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บนรถโดยสาร เพื่อเช็กอินเมื่อขึ้นรถ และเช็กเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก. ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าวสามารถเช็กอิน – เช็กเอาท์ โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร
– ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจและเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด
– ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต – เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อโรค
นอกจากนี้ ขสมก. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเดินรถ ได้แก่ ศูนย์วิทยุรัชดา สำนักงานใหญ่ ขสมก. ศูนย์วิทยุเขตการเดินรถที่ 1 – 8 ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 มิถุนายน 2565 และจัดเจ้าหน้าที่ Call Center โทร. 1348 ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารในการเดินรถอีกด้วย
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/55331
