กระทรวงพาณิชย์ ปรับกลยุทธ์เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ ปรับกลยุทธ์เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

          กระทรวงพาณิชย์ ปรับกลยุทธ์เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ด้วยการปรับบทบาทพาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัด และทูตพาณิชย์ที่ประจำในต่างประเทศ ปรับให้เป็นเซลล์แมนประเทศ พร้อมประสานภาคเอกชนโดยใช้หลัก “รัฐหนุน เอกชนนำ” ตั้งเป็นคณะกรรมการร่วม กรอ. จนทำ MOU ขายสินค้าไปแล้ว 9 ประเทศ มูลค่ากว่า 94,000 ล้านบาท ทำให้ช่วง 2-3 ปีนี้ ราคาพืชผลการเกษตรของไทยภาพรวม ปรับตัวดีขึ้นทุกตัว



          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่า ช่วงที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ด้วยการปรับบทบาทพาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัด และทูตพาณิชย์ที่ประจำในต่างประเทศปรับให้เป็นเซลล์แมนประเทศถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

          พร้อมประสานพลังภาคเอกชนโดยใช้หลัก “รัฐหนุน เอกชนนำ” ตั้งเป็นคณะกรรมการร่วม กรอ. จนทำ MOU ขายสินค้าไปแล้ว 9 ประเทศ มูลค่ากว่า 94,000 ล้านบาท ทำให้ช่วง 2-3 ปีนี้ ราคาพืชผลการเกษตรของไทยภาพรวม ปรับตัวดีขึ้นทุกตัว อาทิ ยางพารา จาก 3 กก. 100 บาท โดยยางแผ่นดิบ อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 กว่าบาท ยางก้นถ้วยหรือขี้ยาง จากกิโลกรัมละ 10 บาท อยู่หลายปี ปัจจุบันขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท ปาล์มจาก 2 บาทกว่า ขึ้นไปอยู่ที่ 7-9 บาทดีขึ้น 2-3 เท่า ส่วนราคาผลไม้ ภาคตะวันออก ผลจากการทำมาตรการเชิงรุกและเชิงลึก ช่วยชาวสวนได้ 6.99 แสนครัวเรือน ยอดส่งออกปี 64 สูงกว่า 250,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 39 และปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก เพราะได้ปรับเพิ่มการขนส่งทางเรือจากร้อยละ 52 เป็นร้อยละ 83 และช่องทางส่งทางอากาศ จาก ร้อยละ 0.5 เป็น ร้อยละ 6.5 ตั้งเป้าส่งออกได้ 5.3 แสนตัน มีเงินเข้าไทยมากกว่าปีก่อนร้อยละ 15)



ที่มา : https://bit.ly/3yMyfBj