ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สร้างหลักสูตรการบริจาคโลหิต

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สร้างหลักสูตรการบริจาคโลหิต

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สร้างหลักสูตรการบริจาคโลหิต เสริมกิจกรรมยุวกาชาด พร้อมจัดอบรม “ครู-อาจารย์” เป็นต้นแบบปลูกฝังค่านิยม การบริจาคโลหิต ถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชน



         รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันผลักดันเรื่องการบริจาคโลหิต ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนสำหรับเยาวชนระดับชั้นต่างๆ มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2564 สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ได้ดำเนินการนำหลักสูตร เรื่อง การบริจาคโลหิต บรรจุลงคู่มือกิจกรรมยุวกาชาด (กิจกรรมพิเศษ) จนสำเร็จลุล่วง เพื่อเสริมกิจกรรมหลักของยุวกาชาด ส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญ ของการบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย

         โดยเนื้อหาของหลักสูตรการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ระดับ และสอดคล้องกับช่วงวัย ดังนี้ ยุวกาชาด ระดับที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3, ยุวกาชาด ระดับที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และ ยุวกาชาด ระดับที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงจัดโครงการ “ปลูกฝังจิตอาสาบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา ปี 2565” พร้อมปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกที่ดีในการบริจาคโลหิตให้กับเยาวชน ด้วยการจัดอบรมครู อาจารย์ 850 คน ให้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโลหิต ซึ่งครู อาจารย์จะเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชน ส่งผลให้เยาวชนเป็นพลังสำคัญในการบริจาคโลหิต และเป็นผู้บริจาคโลหิตที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ประเทศไทยมีผู้บริจาคโลหิต 2.6-3.2 ล้านยูนิตต่อปี โดยมีผู้บริจาคโลหิตที่เป็นเยาวชนประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์

         สำหรับส่วนกลางจัดอบรมโดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รุ่นที่1 กลุ่มโรงเรียนต้นแบบ และกลุ่มโรงเรียนทั่วไป 50 คน จัดอบรมในวันนี้(26 กรกฎาคม 65) รุ่นที่2 กลุ่มโรงเรียน กศน. สังกัดกรุงเทพฯ 100 คน จัดอบรมในเดือนสิงหาคม 2565 สำหรับส่วนภูมิภาค จัดอบรมโดยภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง จัดอบรม เดือนสิงหาคม – กันยายนนี้จำนวนผู้อบรม 700 คน

 


ที่มา : https://bit.ly/3PyZUwQ