องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2565

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2565

          องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดแผนเดินรถรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง รองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2565


 

          นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ด้วยในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งผลให้มีวันหยุดต่อเนื่อง จำนวน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2565 ซึ่งประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ขสมก. จึงได้จัดแผนการเดินรถโดยสารรองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2565 เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ

โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่งเฉลี่ยวันละ 2,750 คัน จำนวน 17,111 เที่ยว
  2. จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยาน จำนวน 5 เส้นทาง รวม 47 คัน ดังนี้
              – สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 15 คัน
              – สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 12 คัน
              – สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 7 คัน
              – สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 7 คัน
              – สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 คัน
  3. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 5 สถานี รวม 34 เส้นทาง ดังนี้
              – สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536
              – สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511
              – สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556
              – สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 21, 25, 34, 73 และ 501
              – สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สาย 49 และ 67
  4. มาตรการความปลอดภัย ประกอบด้วย
    ด้านพนักงานประจำรถ
              – กำกับดูแลพนักงานขับรถโดยสารให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานเก็บค่าโดยสารดูแลการขึ้น – ลงของผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด ให้บริการด้วยความสุภาพเรียบร้อย
              – ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร พร้อมทั้งกำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร
              – ให้พนักงานขับรถตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารและอุปกรณ์ส่วนควบ ก่อนนำรถออกให้บริการ พร้อมประสานผู้รับเหมาซ่อมรถ ตรวจเช็กสภาพรถโดยสาร และซ่อมบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี
              – จัดพนักงานนายตรวจและเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษประจำจุด ณ ป้ายหยุดรถโดยสารที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลการขึ้น – ลงรถของผู้ใช้บริการ
    ด้านรถโดยสารประจำทาง
              – เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน
              – ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น
              – ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทางกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียวและเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์
              – ติดตั้งป้ายข้อความ “เหลือรถอีก 2 คันสุดท้าย” “เหลือรถอีก 1 คันสุดท้าย” “รถคันสุดท้าย” บริเวณกระจกด้านหน้ารถโดยสารที่วิ่งให้บริการ 3 คันสุดท้ายในแต่ละวัน
    ด้านผู้ใช้บริการ
              – ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร
              – ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น
              – เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการควรสแกน QR Code แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” บนรถโดยสาร เพื่อเช็กอินเมื่อขึ้นรถ และเช็กเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก. ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็กอิน – เช็กเอาท์ โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร
              – ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด
              – ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด
              – ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต – เครดิต ที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19

          นอกจากนี้ ขสมก. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเดินรถ ได้แก่ ศูนย์วิทยุรัชดา สำนักงานใหญ่ ขสมก. ศูนย์วิทยุเขตการเดินรถที่ 1 – 8 ตั้งแต่วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2565 และจัดเจ้าหน้าที่ Call Center โทร. 1348 ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารในการเดินรถอีกด้วย

 



ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/57900