รัฐบาล เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลลวงมิจฉาชีพที่เปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา

รัฐบาล เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลลวงมิจฉาชีพที่เปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา

          รัฐบาล เตือนประชาชนระวังถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ หรือให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในรูปแบบต่าง ๆ แม้ทุกภาคส่วนจะพยายามแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบกลโกงของมิจฉาชีพมาอย่างต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบกลโกงรูปแบบใหม่ตลอดเวลา ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าหลงเชื่อเวลาพูดคุยทางโทรศัพท์กับคนไม่รู้จัก หรือการแอบอ้างต่าง ๆ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ


 

          รัฐบาล เตือนประชาชนระวังถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ หรือให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในรูปแบบต่าง ๆ แม้ทุกภาคส่วนจะพยายามแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบกลโกงของมิจฉาชีพมาอย่างต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบกลโกงรูปแบบใหม่ตลอดเวลา ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าหลงเชื่อเวลาพูดคุยทางโทรศัพท์กับคนไม่รู้จัก หรือการแอบอ้างต่าง ๆ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

          ขณะที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รวบรวมข้ออ้างที่มิจฉาชีพมักใช้จะหลอกเหยื่อ ดังนี้

  1. บัญชีเงินฝากถูกอายัด/หนี้บัตรเครดิต : มิจฉาชีพจะขออายัดบัญชีเงินฝากของเหยื่อ อ้างว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต หลอกให้เหยื่อตกใจ รีบโอนเงินมาให้
  2. บัญชีเงินฝากพัวพันกับการค้ายาเสพติด หรือการฟอกเงิน : มิจฉาชีพ จะอ้างว่าบัญชีเงินฝากของเหยื่อเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ โดยอ้างว่าจะทำการตรวจสอบ
  3. เงินคืนภาษี : มิจฉาชีพจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร แจ้งเหยื่อว่าได้รับเงินคืนภาษี โดยให้ยืนยันรายการตามคำบอกที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งแท้จริงแล้วกลับเป็นขั้นตอนที่มิจฉาชีพหลอกให้เหยื่อโอนเงิน
  4. โชคดีได้รับเงินรางวัล : มิจฉาชีพจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทต่างๆ แจ้งเหยื่อว่าได้รับเงินรางวัลหรือของรางวัลที่มีมูลค่าสูง หลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าภาษีมาให้ก่อนรับรางวัล
  5. ข้อมูลส่วนตัวหาย : มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน อ้างว่าทำข้อมูลของเหยื่อสูญหาย เพื่อขอข้อมูลของเหยื่อใหม่ หลังจากนั้นจะนำไปปลอมแปลงหรือใช้บริการทางการเงินแทน
  6. โอนเงินผิด : มิจฉาชีพจะติดต่อไปยังสถาบันการเงินของเหยื่อ เพื่อขอสินเชื่อแทนเหยื่อ เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีให้เหยื่อแล้ว มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ อ้างว่าโอนเงินผิดบัญชี หลอกให้เหยื่อโอนเงินดังกล่าวคืนให้

          ทั้งนี้ หากประชาชนถูกหลอก ขอให้เก็บหลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับการโอนเงิน พร้อมแจ้งความกับตำรวจ และลงบันทึกประจำวัน แจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ตลอด 24 ชั่วโมง

 


 

ที่มา : https://bit.ly/3PPXuJJ