กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลล้นตลิ่ง
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลล้นตลิ่ง โดยประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักบริเวณ จ.ชุมพร 82 มิลลิเมตร, ตาก 61 มิลลิเมตร และชลบุรี 50 มิลลิเมตร พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำชีล้นตลิ่งใน จ.มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำสูงขึ้นหลังเขื่อนเเควน้อยบำรุงแดน เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำตะโคง ปรับเพิ่มการระบายน้ำ
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (29 ส.ค.65) ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิด และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักบริเวณ จ.ชุมพร 82 มิลลิเมตร , ตาก 61 มิลลิเมตร และชลบุรี 50 มิลลิเมตร พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำชีล้นตลิ่งใน จ.มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
และเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำมูลล้นตลิ่งใน จ.ศรีสะเกษ บริเวณ อ.ราษีไศล ยางชุมน้อย อุทุมพรพิสัย เมืองศรีสะเกษ และกันทรารมย์ ด้านเขื่อนเเควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 220 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร อาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำพองและแม่น้ำชี และเขื่อนลำตะโคง จ.บุรีรัมย์ ระบายน้ำประมาณ 167 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งประมาณ 1,100 ไร่
ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำแหล่งน้ำทุกขนาด 51,691 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 63 และเฝ้าระวังน้ำสูงกว่าเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำ 10 แห่ง คือ แม่งัด กิ่วลม ป่าสักชลสิทธิ์ อุบลรัตน์ น้ำพุง บางพระ แควน้อย ขุนด่านปราการชล หนองปลาไหล และบึงบอระเพ็ด
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำตะโคง จ.บุรีรัมย์ โดยเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ควบคุมระดับน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ควบคุม และมีช่องว่างเพียงพอสำหรับรองรับน้ำใหม่จากปริมาณฝนที่คาดจะมีเพิ่มช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ โดยเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดจากอัตราการระบายน้ำวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำ 1,283 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 52 ของความจุ ระดับน้ำในอ่างสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมน้ำสูงสุด 1.51 เมตร หรือ 348 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังเหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 1,148 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ เขื่อนลำตะโคง จ.บุรีรัมย์ หลังฝนที่ตกหนักในพื้นที่ทำให้เกิดการกัดเซาะของน้ำบริเวณรอยต่อของทำนบดินกับตัวอาคารระบายน้ำล้นฝั่ง จนเกิดการทะลุออกทำนบดินด้านท้าย ซึ่งน้ำได้กัดเซาะบริเวณฐานรากใต้พื้นอาคารระบายน้ำล้นฝั่งขวา ทำให้ตัวฝายและกำแพงด้านข้างฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำล้นเกิดการชำรุดเสียหาย กรมชลประทานได้ทำการลักน้ำเพื่อช่วยเพิ่มการระบายน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือประจำในพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพเขื่อน ก่อสร้างทำนบชั่วคราวโอบล้อมบริเวณอาคารที่ชำรุดเสียหายและบริเวณตัวคันดินฝั่งขวาที่ถูกน้ำกัดเซาะ เพื่อเก็บกักน้ำบางส่วนไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งเสร็จแล้ว พร้อมจะเร่งรัดซ่อมแซมเขื่อนให้แข็งแรงสมบูรณ์ก่อนถึงฤดูฝนปีหน้าต่อไป
ที่มา : https://bit.ly/3cpJHfl
