กรมชลประทาน ปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารองรับฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 3-8 ก.ย. 65

กรมชลประทาน ปรับเพิ่มปริมาณการระบายกรมชลประทานน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารองรับฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 3-8 ก.ย. 65

          กรมชลประทาน ปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารองรับฝนตกหนักโดยช่วงวันที่ 3 – 8 กันยายน 2565 ที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงจัดแผนการระบายบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับปริมาณน้ำ




          นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่านแล้ว 5 ครั้ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักและอ่างเก็บน้ำภาพรวมปริมาณน้ำกักเก็บกว่า 48,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าปีที่ผ่านมากว่า 9,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรองรับได้อีกประมาณ 27,300 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยช่วงวันที่ 3 – 8 กันยายน ที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงจัดแผนการระบายบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับปริมาณน้ำ

          ล่าสุดบริเวณจุดวัดน้ำ C2 ค่ายจิระประวัติ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 1,800 – 1,900 ลูกบาศก์เมตร โดยจะระบายออกผ่านเขื่อนเจ้าพระยาทางตรงประมาณ 1,800 ลูกบาศ์เมตรต่อวินาทีตลอดสัปดาห์นี้

          ส่วนบริเวณด้านซ้ายและขวาของเขื่อนระบายน้ำได้เพียง 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเนื่องจากมีฝนตกช่วงตอนกลางกรุงเทพมหานคร ชัยนาท สุพรรณบุรี และนครปฐม จึงทำให้น้ำในอำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เกิดท่วมขัง ต้องเร่งระบายออกทางแม่น้ำท่าจีน โดยติดตั้งเครื่องพลังน้ำบริเวณจังหวัดนครปฐม 5 จุดเพื่อระบายออกอ่าวไทย

          สำหรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลให้น้ำคลองโพงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่นอกคันน้ำของจังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานครในพื้นที่ลุ่มต่ำมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

 



ที่มา : https://bit.ly/3wG8imX