กรมชลประทาน เตรียมรับมือติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หลังคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง
กรมชลประทาน เตรียมรับมือติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หลังคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 4-9 ตุลาคมนี้ ฝนทางตอนบนของภาคเหนือและภาคอีสานจะเริ่มเบาลงบ้าง แต่ภาคกลาง (กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออกและภาคใต้ ยังมีฝนตกต่อเนื่อง มีตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนในช่วงวันที่ 10 -13 ตุลาคม 2565 จะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะแรกตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2565 หลังจากนั้นฝนจะเริ่มลดลงชัดเจน ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ นำการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมรองรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เปิดเผยสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า (4 ต.ค.65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 59,867 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 16,394 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับการคาดการณ์ของกรุมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 4-9 ตุลาคมนี้ ฝนทางตอนบนของภาคเหนือและภาคอีสานจะเริ่มเบาลงบ้าง แต่ภาคกลาง (กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออกและภาคใต้ ยังมีฝนตกต่อเนื่อง มีตกหนัก เนื่องมาจากมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบน จึงยังต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ส่วนในช่วงวันที่ 10 -13 ตุลาคม 2565 จะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะแรกตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2565 หลังจากนั้นฝนจะเริ่มลดลงชัดเจน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง)แผ่ลงมาปกคลุม ทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน จึงทำให้ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ เป็นลมตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เป็นสัญญาณการเริ่มเปลี่ยนแปลงฤดูกาล (จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว) ช่วงแรกอากาศจะมีความแปรปรวน ฝนตอนบนเริ่มเบาลงบ้าง ฝนจะยังตกบริเวณภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ นำการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมรองรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น
ที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG221004200447871
