ตำรวจทางหลวง เตือนผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ แต่ต้องใช้ผ่าน บลูทูธ หูฟัง เปิดสปีกเกอร์โฟน
ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยเกี่ยวกับการออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยข้อกำหนดในประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ. 2565 อนุญาตให้ผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แต่ต้องใช้ผ่านบลูทูธ หูฟัง หรือเปิดสปีกเกอร์โฟน โดยต้องไม่ถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับรถจักรยานยนต์ ต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ยึดโทรศัพท์ไว้กับส่วนหน้าของตัวรถ และต้องไม่บดยังทัศนวิสัยในการขับขี่ กรณีมีความจำเป็นต้องจับโทรศัพท์เพื่อใช้งานให้หยุดรถในที่ปลอดภัยก่อนใช้โทรศัพท์ ผู้ที่ฝ่าฝืน หรือทำผิดกฎจราจรจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

พลตํารวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวถึงการออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า เดิมมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะ ใน พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2551 แต่ด้วยสภาพสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการปรับข้อกำหนดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยข้อกำหนดในประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ขับขี่ขณะขับรถ พ.ศ. 2565 อนุญาตให้ผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แต่ต้องใช้ผ่านบลูทูธ หูฟัง หรือเปิดสปีกเกอร์โฟน โดยต้องไม่ถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่
สำหรับรถจักรยานยนต์ ต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ยึดโทรศัพท์ไว้กับส่วนหน้าของตัวรถ และต้องไม่บดยังทัศนวิสัยในการขับขี่ กรณีมีความจำเป็นต้องจับโทรศัพท์เพื่อใช้งานให้หยุดรถในที่ปลอดภัยก่อนใช้โทรศัพท์
สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน หรือทำผิดกฎจราจรจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท ทั้งนี้ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ขับขี่ แต่เป็นการกำหนดแนวทางการขับขี่เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG221019160048172
