นายกรัฐมนตรี สั่งเร่งระบายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เยียวยาโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอน้ำลด

นายกรัฐมนตรี สั่งเร่งระบายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เยียวยาโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอน้ำลด

         นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้เร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2565 จำนวน 59 จังหวัด 528,000 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ 26 จังหวัด มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 435,700 ครัวเรือน



         นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้เร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2565 จำนวน 59 จังหวัด 528,000 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ 26 จังหวัด มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 435,700 ครัวเรือน

         โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือประชาชน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 79 ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้ความช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 181 ล้านบาท ส่วนสำนักงบประมาณได้ตั้งงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในส่วนของงบกลาง 2,000 ล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง มีมาตรการลดหย่อนภาษี การช่วยเหลือผู้ประกอบการ การขยายระยะเวลาการยื่นแบบภาษี การยกเว้นค่าเช่าที่ราชพัสดุ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีกรมชลประทานช่วยเร่งผลักดันน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลัก การยางแห่งประเทศไทย ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบเป็นรายหัว ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี มีการช่วยเหลือผ่านกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ทั้งค่าจัดการศพ เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีบุตรอายุไม่เกิน 25 ปี ค่าวัสดุก่อสร้างซ่อมแซมบ้านเรือนบางส่วน สิ่งของอุปโภคและเครื่องใช้อื่นๆ ที่จำเป็นต่อครอบครัว จะทำถุงยังชีพตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.- 21 ต.ค. ให้กับ 13 จังหวัด จำนวน 92,300 ถุง วงเงิน 65 ล้านบาท

         นายกรัฐมนตรี ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหาแนวคิดในการช่วยเหลือ พี่ให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาได้รับผลกระทบเดินเร็วที่สุด ไม่ต้องรอให้น้ำลดแล้วจึงเข้าไปประเมินความเสียหาย ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ประชาชนเกิดความสบายใจ ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนประชาชนที่อังกฤษขายอยู่ในบ้าน หากมีความจำเป็นที่จะต้องให้การช่วยเหลือ อพยพออกจากพื้นที่ หรือผู้ป่วยติดเตียง ก็พร้อมให้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด

 


ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG221025211831954

-->