กรมการค้าภายใน รายงานกรณีเจ้าหน้าที่ข้าราชการกรมการค้าภายในและภรรยา ถูกจับกุมจากการขายข้อมูลคนไทยให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 5 วัน ภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง รวมถึงจะตั้งคณะกรรมการสอบลงโทษทางวินัย ถ้าพบการกระทำที่ผิดวินัยร้ายแรง จะมีโทษสูงสุด คือ ไล่ออกและจะไม่ได้รับบำเน็จ-บำนาญใดๆ
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ และภรรยา ถูกจับกุมจากเหตุขายข้อมูลคนไทยให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นข้าราชการกรมการค้าภายใน ที่ปฏิบัติงานอยู่ในต่างจังหวัด
ทั้งนี้ ตนจึงได้สั่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2565 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีรองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 5 วัน คาดภายในวันที่ 4 พ.ย. นี้ น่าจะสามารถรายงานข้อเท็จจริงให้ตนได้รับทราบ
“ถ้าผลตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า มีการกระทำความผิดจริง ข้าราชการรายนี้ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งทางอาญา ทางแพ่ง รวมถึงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบลงโทษทางวินัยด้วย โดยถ้าพบการกระทำที่ผิดวินัยร้ายแรง จะมีโทษสูงสุด คือ ไล่ออก และจะไม่ได้รับบำเน็จ บำนาญใดๆ”
นอกจากนี้ กรมจะให้ความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด รวมถึงหากมีข้าราชการคนอื่นของกรมสมรู้ร่วมคิดด้วย ก็จะดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม และเอาผิดกับทุกคนที่กระทำความผิด เพราะถือว่า เป็นการกระทำที่รับไม่ได้
ที่มา : https://bit.ly/3WeiPke
