กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยปฏิบัติการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหายาเสพติดขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยปฏิบัติการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหายาเสพติดขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

          กระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ปฏิบัติการป้องกันเเละเเก้ไขปัญหายาเสพติดขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ย้ำฝ่ายปกครองทุกพื้นที่ เพิ่มระดับความเข้มข้นจากการขยายผลเพื่อตัดวงจรยาเสพติด


 

          นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปฏิบัติการป้องกันและเเก้ไขปัญหายาเสพติดขณะนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในทุกระดับ ทั้งภาควิชาการ สถาบันศึกษา ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคสื่อสารมวลชน ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงเเหล่งข้อมูลของผู้ค้าผู้เสพ แหล่งมั่วสุม รวมถึงขบวนการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศทั้งชั้นในและชั้นนอก แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หมั่น Re X-Ray คนของตนเอง รวมถึงตัดวงจร Demand คือ ความต้องการเสพของผู้เสพโดยให้มีกิจกรรมนันทนาการ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในสถานศึกษาซึ่งเป็นเเหล่งบ่มเพาะปลูกฝังจิตสำนึกที่สำคัญจำเป็นจะต้องสร้างความรู้เกี่ยวกับภัยยาเสพติดเพื่อป้องกันมิให้มีผู้เสพรายใหม่เข้าไปในระบบ นอกจากนี้ หน่วยงานด้านสาธารณสุขก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายเดิมจากการนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการบำบัด รักษา และฟื้นฟู เเละต่อมา คือ Supply หรือความต้องการขาย ซึ่งต้องตัดวงจรทั้งรายย่อยเเละรายใหญ่ ในส่วนนี้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ จากการรายงานผลการปฏิบัติในพื้นที่ ทราบว่าได้รับความร่วมเป็นอย่างดีในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่เเข็งเเกร่งที่จะช่วยให้กระทรวงมหาดไทยสามารถบรรลุเป้าประสงค์การขจัดยาเสพติดให้ไม่มีที่ยืนในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอตัวอย่างผลสำเร็จในหลายพื้นที่ ดังนี้

          1. จังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการแถลงข่าวการแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพเกล้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายศุภชัย ลีเขาสูง ปลัดจังหวัดขอนแก่น, นายประจวบ รักแพทย์ นอภ.เมืองขอนแก่น, พ.ต.อ.ปรีชา เร่งสาระกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผลของการปฎิบัติการ ช่วงระหว่างวันที่ 10 ต.ค- 8 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืน จับกุมได้ 192 คดี ผู้ต้องหา 192 คน อาวุธปืน 184 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 506 นัด/ความผิดเกี่ยวกับ “จำหน่าย” อาวุธปีน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืนจับกุมได้ 2 คดี ผู้ต้องหา 2 คน/ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จับกุมได้ 1,688 คดี ผู้ต้องหา 1,689 คน ยึดยาบ้ากว่า 760,000 เม็ด ไอซ์ และยาอี จำนวนมาก เป็นของกลางที่ชุดปฏิบัติการ” ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” ตรวจยึดได้ หลังจากกระจายกำลังตรวจค้น พื้นที่เป้าหมาย กว่า 880 แห่ง ซึ่งนอกจากยุทธการพิทักษ์ขอนแก่นแล้ว ทางจังหวัดขอนแก่นยังได้กวาดบ้านตนเอง โดยได้ตรวจหาสารเสพติดของข้าราชการ ขณะนี้พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 21 รายมีสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป

          2. จังหวัดเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ไพรัช ศรีไชยวาล ผบ.ฉก.ทพ.31 ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบค้าและเสพยาเสพติดบริเวณกระท่อมบนภูเขาใกล้ชายแดนไทย-สปป.ลาว พื้นที่หมู่บ้านปางหัด หมู่ 2 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จึงนำกำลังไปทำการตรวจสอบพบกระท่อมหลังดังกล่าวมีชาย 2 คน จึงเข้าไปทำการตรวจค้น ผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 มัด และ 1 ห่อเล็ก ประมาณ 6,240 เม็ด และพบซุกซ่อนอาวุธปืนเอาไว้จำนวน 5 กระบอก ประกอบด้วยปืนยิงอัตโนมัติแบบ M 4 CARBINE มีหมายเลขบนตัวปืนด้วยจำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองเดี่ยวยาวจำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซองยาวกึ่งอัตโนมัติจำนวน 1 กระบอก และปืนยาว ขนาด .22 นิ้ว ติดกล้องจำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนเบื้องต้นพบเป็นกระสุนขนาด 5.56 มม.จำนวนประมาณ 200 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบทราบว่าชื่อนายธันยพร อายุ 31 ปี ชาว ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น และนายจ๊ะ อายุ 38 ปี ชาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.เวียงแก่น เพื่อสอบปากคำและทำการตรวจหมายเลขจานท้ายกระสุนและหลักฐานอื่นๆ เพื่อขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป.

          3. จังหวัดระนอง พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ร่วมกับ กองร้อยทหารราบที่ 2521 สืบทราบว่า มีเอเย่นต์ค้ายาบ้า ได้พักอาศัยอยู่บริเวณ ขนำในสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านนิคม ม.4 ต.จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบนายบรรหาร (ขอสงวนนามสกุล) หรือฉายา “บรรหาร บ้านนิคม” อายุ 39 ปี ชาว อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้ตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดยาบ้า จำนวน 180 เม็ด, เงินสดจำนวน 15,900 บาท พร้อมให้การสารภาพ ว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซึ่งตนได้ใส่ไว้ในท่อพีวีซีปิดหัว – ปิดท้าย อีกจำนวน 2,416 เม็ด เงินสด อีกจำนวน 400,000 บาท ยังมี อาวุธปืนพกสั้น Smith&Wesson ขนาด .22 Magnum จำนวน 1 กระบอก กระสุนขนาด .22 magnum จำนวน 35 นัด รวมของกลางที่จับกุมได้ ยาบ้าทั้งหมด 2,596 เม็ด เงินสด จำนวน 415,900 บาท อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่.22 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืน ขนาด .22 มม. จำนวน 35 นัด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวนและขยายผลและทำบันทึกการจับกุมที่ กองร้อยทหารราบที่ 2521 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.ปากจั่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          4. จังหวัดลำพูน ภายใต้การอำนวยการของ นายโยธิน ประสงค์ความดี นอ.เมืองลำพูน ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ อ.เมืองลำพูน นำโดยนายธนู ครั่งเนียม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายณรงค์ฤทธิ์ กุนคง, น.ส.ณัฏฐรินทร์ วีระกิตติ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, ร่วมกับ จนท.ตร.สภ.นิคมฯ, สสอ.เมืองลำพูน, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ สารวัตรฯ ตำบลศรีบัวบานและสมาชิก อส.กองร้อย อส.อ.เมืองลำพูน ที่ 1 บูรณาการร่วมกัน ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดยาเสพติดชั่วคราว การค้ามนุษย์ และแรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ ต.ศรีบัวบาน ณ สามแยกศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติดได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อค้นหาสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 16 ราย พบเป็นผลบวก จำนวน 3 ราย ได้ทำการตรวจค้นรถพบของกลาง ยาบ้า 59 เม็ดและเงินสดจำนวน 1,500 บาท จึงได้ทำบันทึกการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมฯดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          5. จังหวัดอุดรธานี โดยการอำนวยการของว่าที่ร้อยตรีรักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอเพ็ญสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงนำโดย นายกนิษฐ์พงษ์ พันธ์ชมภู ปลัดอำเภองานป้องกัน นำกำลัง อส. ผรส. ออกดำเนินการค้นหาผู้ค้า ผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด ตามแผน”ยุทธการประจักษ์ชัย” โดยวันนี้ได้ลงพื้นที่ตำบลจอมศรี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ผลการปฏิบัติ จับกุมผู้ต้องหา ชื่อนายสัน (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 43 เม็ด บันทึกจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เพ็ญ ดำเนินคดี และสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มต้องสงสัยด้วยชุดทดสอบเมทแอมเฟตามีน เบื้องต้น พบมีผลบวก 3 คน ซึ่งจะนำส่งเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูต่อไป และที่ อำเภอโดนสะอาดโดยการอำนวยการของ นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอโนนสะอาด มอบหมายให้นายเกรียงไกร ชัยอามาตย์ ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง ในการประสานผู้ใหญ่บ้าน นำกำลังสมาชิก อส. และ ผรส. ลงพื้นที่ตรวจสอบพระสงฆ์ในวัดศิลาอาสน์ และวัดป่ายูคา บ้านหินลาด หมู่ที่ 9 ตำบลโคกกลาง จากข้อมูลที่ได้รับการรายงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้ดำเนินการค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด/ผู้ค้า ในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย (Re X-ray) โดยตรวจพบพระสงฆ์ เสพยาเสพติด จำนวน 3 ราย จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าอาวาสทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและวินัยสงฆ์ต่อไป

          6.จังหวัดหนองคาย พล.ร.ต.สมาน ขันธพงษ์ ผบ.นรข., น.อ.จิรัฏฐ์ ผูกทอง ผบ.นรข.เขตหนองคาย ,ร.อ.ธนกร ฤทธิ์จอหอ หัวหน้าหน่วยเรือโพนพิสัย พร้อมตำรวจ ทหาร สรรพสามิต ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายออด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี และนายจักรรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี โดยที่เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัยพายข้ามแม่น้ำโขงจอดเทียบท่าที่บริเวณทุ่งนาหน้าสถานีโรงไฟฟ้าบ้านแดนเมือง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จากนั้นชายฉกรรจ์ได้ช่วยกันยกวัตถุบางอย่างขึ้นจากเรือมาวางไว้ริมฝั่งแล้วลงเรือพายกลับไป ต่อมาได้มีรถกระบะที่นายออดและนายจักรรินทร์ ขับมาจอดแล้วช่วยกันลำเลียงวัตถุต้องสงสัย 2 กล่องขึ้นหลังรถกระบะ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ พบว่าเป็นตู้ชาร์จแบตเตอรี่ มีร่องรอยการถูกงัดแงะ ภายในซุกซ่อนเคตามีนไว้เต็ม จำนวน 44 ก้อน จึงทำการตรวจยึดไว้ พร้อมของกลาง ตู้ชาร์จแบตเตอรี่ซุกซ่อน เคตามีน บรรจุในถุงพลาสติกสีเขียว จำนวน 44 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 44 กิโลกรัม รถยนต์กระบะแค็ป เชพโรเลต สีเทาดำ ทะเบียน บว 2896 เพชรบูรณ์ เงินสด 5,040 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เคตามีนมีมูลค่าประมาณ 17 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้รับจ้างให้ไปส่งยาเสพติดให้ลูกค้าที่ จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่ง สภ.โพนพิสัย ดำเนินการต่อไป

          “กระทรวงมหาดไทย มีความตั้งใจที่จะ Change for Good เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มั่นคงและมีความสุขในทุกมิติ ในด้านปัญหาสังคมที่เกิดจากภัยยาเสพติดต้องขอเรียนว่าขณะนี้ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ในหลายพื้นที่มีการจับกุมรายใหญ่ได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเเละเพิ่มความเข้มข้นในการขยายผลจากเเหล่งข่าว กระทรวงมหาดไทยขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยทำให้ปฏิบัติการป้องกันเเละแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นกุญเเจเเห่งความสำเร็จ (Key success) ทั้งด้านการลด Demand และ Supply รวมถึงการเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษา และผ่านกระบวนการฟื้นฟู ได้มีโอกาสกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างเป็นปกติ เเละได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้เสพ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เเก่เด็กเเละเยาวชนไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำความผิด หรือเบาะเเสที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดสามารถเเจ้งได้ที่สายด่วน 1567 สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง มาร่วมทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ปลอดยาเสพติดเเบบ 100% ไปด้วยกัน” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย

 



ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/61580

-->