ทช. เร่งถอดบทเรียนการตายของเต่าทะเล 11 ตัว หลังพบเกิดจากการกินขยะพลาสติกเข้าไป
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งถอดบทเรียนการตายของเต่าทะเล 11 ตัว หลังพบเกิดจากการกินขยะพลาสติกเข้าไป เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้นำลูกเต่า 11 ตัว โดยลูกเต่ามีอายุไม่ถึง 1 เดือน มีอาการอ่อนแรง ส่วนใหญ่ซึม ไม่ยอมกินอาหาร จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากสัตวแพทย์กรม ทช. พยายามดูแลรักษา ประคับประคองอาการมาได้ 1 เดือน ลูกเต่าเริ่มทยอยตาย จนเข้าสู่เดือนที่ 3 ลูกเต่าตัวสุดท้ายได้ตายลง โดยพบลูกเต่าตัวเล็กทุกตัวมีขยะอยู่ในทางเดินอาหาร แม้จะได้รับการรักษาแต่ยังไม่สามารถขับถ่ายขยะจำนวนมากออกมาได้ ทำให้ทางเดินอาหารอุดตันไปด้วยขยะและลูกเต่าไม่สามารถกินอาหารได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและตายในที่สุด แม้ขยะที่อุดตันในลำไส้ลูกเต่าจะเป็นเพียงขยะชิ้นเล็กๆสำหรับมนุษย์ แต่ทำให้สัตว์ทะเลเจ็บปวดและทรมานจนตายได้ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการทิ้งและแยกขยะให้มากขึ้น
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพบลูกเต่าทะเลติดแพขยะขนาดใหญ่กว่า 700 เมตร ถูกซัดขึ้นมาบนชายหาดบ้านอำเภอ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้นำลูกเต่า 11 ตัว ไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดระยอง โดยลูกเต่ามีอายุไม่ถึง 1 เดือน มีอาการอ่อนแรง ส่วนใหญ่ซึม ไม่ยอมกินอาหาร จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากสัตวแพทย์กรม ทช. พยายามดูแลรักษา ประคับประคองอาการมาได้ 1 เดือน ลูกเต่าเริ่มทยอยตาย จนเข้าสู่เดือนที่ 3 ลูกเต่าตัวสุดท้ายได้ตายลง จากการชันสูตรของทีมสัตวแพทย์ ทช. พบลูกเต่าตัวเล็กทุกตัวมีขยะอยู่ในทางเดินอาหาร แม้จะได้รับการรักษาแต่ยังไม่สามารถขับถ่ายขยะจำนวนมากออกมาได้ ทำให้ทางเดินอาหารอุดตันไปด้วยขยะและลูกเต่าไม่สามารถกินอาหารได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและตายในที่สุด แม้ขยะที่อุดตันในลำไส้ลูกเต่าจะเป็นเพียงขยะชิ้นเล็กๆสำหรับมนุษย์ แต่ทำให้สัตว์ทะเลเจ็บปวดและทรมานจนตายได้ โดยเฉพาะกรณีสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างเต่าทะเลมีอัตราการรอดน้อยมากอยู่แล้ว และภัยคุกคามจากขยะทะเลยิ่งทำให้เต่าทะเลมีโอกาสสูญพันธุ์มากขึ้น ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับสัตวแพทย์ ประจำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ทช. พบขยะพลาสติกเป็นภัยกับเต่าทะเลตั้งแต่เกิดจนตาย เมื่อเต่าทะเลโตขึ้นต้องแหวกว่ายผ่านแพขยะพลาสติกระหว่างทางที่อพยพไปหากินแหล่งอื่น ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือเต่าทะเลอาจกินขยะพลาสติกเข้าไป เพราะเข้าใจผิดคิดว่าขยะที่ล่องลอยอยู่ในทะเลเป็นอาหาร นอกจากขยะพลาสติกจะมีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลแล้ว มนุษย์อาจได้รับผลกระทบจากพลาสติกเช่นกันในรูปแบบของไมโครพลาสติก หรือพลาสติกที่เล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ที่ทำมาจากพลาสติกที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวย้ำว่า สามารถเป็นส่วนหนึ่งหยุดไม่ให้ขยะพลาสติกไหลลงสู่ทะเล หรือหยุดสร้างไมโครพลาสติกได้ คือ ลดการสร้างขยะพลาสติก เพราะสัตว์ทะเลยังคงเป็นเหยื่ออยู่เสมอ จึงควรหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและปลูกจิตสำนึกสร้างการรับรู้เข้าใจในสังคม ซึ่งปัญหาขยะทะเลที่กำลังวิกฤติขณะนี้สามารถบรรเทาด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ช่วยกันลดการสร้างขยะและแยกขยะ เพื่อให้เกิดการรีไซเคิล หรือใช้ซ้ำให้มากที่สุด และช่วยกันเก็บขยะที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230116113903474
