รัฐบาล เดินหน้าเพิ่มศักยภาพเสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง ยกระดับอาชีวะไทยแข่งขันในตลาดโลก
รัฐบาล เดินหน้าเพิ่มศักยภาพเสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง ยกระดับอาชีวะไทยแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะการเสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และตรงกับความต้องการในตลาดแรงงานโลก ซึ่งจากผลการวิจัยเกี่ยวกับแรงงานอาชีวศึกษาไทย ระบุว่า แรงงานอาชีวะไทยมีฝีมือโดดเด่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทักษะฝีมือและความชำนาญสูง นอกจากนี้ แรงงานอาชีวะไทยมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ เป็นมิตร กินอยู่ง่าย และมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งทำให้นายจ้างเกิดความประทับใจ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับแนวนโยบายในการยกระดับระบบอาชีวศึกษาไทย โดยเฉพาะการเสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และตรงกับความต้องการในตลาดแรงงานโลก ซึ่งจากผลการวิจัยเกี่ยวกับแรงงานอาชีวศึกษาไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า แรงงานอาชีวะไทยมีฝีมือโดดเด่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทักษะฝีมือและความชำนาญสูง นอกจากนี้ แรงงานอาชีวะไทยมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ เป็นมิตร กินอยู่ง่าย และมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งทำให้นายจ้างเกิดความประทับใจ
อย่างไรก็ตาม หากนักศึกษาและแรงงานอาชีวะไทยได้รับการสนับสนุนโดยการเพิ่มทักษะความรู้เฉพาะทาง รวมถึงการสื่อสารภาษาต่างประเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ จะทำให้นักเรียนและแรงงานอาชีวะไทยมีความโดดเด่นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย
นายกรัฐมนตรี เห็นถึงความสำคัญของนักเรียนและแรงงานอาชีวศึกษาไทยต่อภาคอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ สั่งการเดินหน้านโยบายยกระดับระบบอาชีวศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล เสริมทักษะขั้นสูงและเฉพาะทาง รวมถึงทักษะที่มีแนวโน้มจำเป็นในอนาต เพื่อให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ พร้อมแสวงหาความร่วมมือด้านอาชีวศึกษากับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นักเรียนและบุคลากร และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน รวมถึงแก้ปัญหาความขัดแย้ง ส่งเสริมภาพลักษณ์อาชีวศึกษาไทยในเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้มีการเรียนสายอาชีพมากขึ้น แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะมีฝีมือจากอาชีวศึกษาในหลายอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/87619/?bid=1
