กรมวิทยาศาสตร์บริการ เตือนภัย “ภาวะฝนกรด” กระทบสุขภาพ
กรมวิทยาศาสตร์บริการ เตือนภัย “ภาวะฝนกรด” กระทบสุขภาพ กรณีที่สื่อโซเชียลโพสต์ภาพฟองสีขาวที่บริเวณต้นไม้ริมทางเท้าภายหลังมีฝนตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น เป็นฟองอากาศที่เกิดขึ้นจากอากาศที่ถูกดักจับโดยของเหลวที่มีแรงตึงผิวสูงมาก โดยการเกิดฟองอากาศจะประกอบด้วยของเหลวคือ ฝนกรดเป็นปัญหาที่เกิดจากฝนและมลพิษในรูปของฝนกรดส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ผืนดิน ป่าไม้และสิ่งก่อสร้าง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง เนื่องจากฝนกรด สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง ดวงตา ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร
แนะนำประชาชนควรหลีกเลี่ยงการตากฝน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจและโรคผิวหนัง
เมื่อกลับบ้านควรรีบอาบน้ำ สระผมเพื่อชำระสิ่งสกปรกแล้วเช็ดตัวเป่าผมให้แห้ง และไม่ควรรองรับน้ำฝนที่ตกในช่วงแรกๆ เพื่อการอุปโภคและบริโภค

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อโซเชียลโพสต์ภาพฟองสีขาวที่บริเวณต้นไม้ริมทางเท้าภายหลังมีฝนตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ว่า เป็นฟองอากาศที่เกิดขึ้นจากอากาศที่ถูกดักจับโดยของเหลวที่มีแรงตึงผิวสูงมาก โดยการเกิดฟองอากาศจะประกอบด้วย ของเหลวคือ ฝนกรด อากาศที่แทรกอยู่ในรูพรุนขนาดเล็กของพื้นดิน หรือพื้นยางมะตอย สารลดแรงตึงผิว บนพื้นผิวถนนและบรรยากาศ ประกอบไปด้วยสารจำพวกน้ำมัน (โดยเฉพาะพวกน้ำมันปิโตรเลียม) เช่น น้ำมันเกียร์ น้ำมันจากสารทำความเย็น น้ำมันเบรคและสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น
เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดจากฝนและมลพิษ ในรูปของฝนกรด ซึ่งปรากฏการณ์ฝนกรดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันมีสาเหตุสำคัญมาจากกิจกรรมของมนุษย์โดยตรง เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะการเผาไหม้ถ่านหินในอุตสาหกรรมไฟฟ้า การปล่อยควันพิษและของเสียจากโรงงาน มลพิษจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รวมถึงฝุ่นละออง ออกสู่บรรยากาศ ทำปฏิกิริยากับไอน้ำ หรือน้ำฝน เปลี่ยนรูปไปเป็นกรดซัลฟิวริก (H2SO4) กรดไนตริก (HNO3) และกรดชนิดอื่นๆ ตกลงมาบนพื้นผิวโลก ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ผืนดิน ป่าไม้และสิ่งก่อสร้าง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง เนื่องจากฝนกรด สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง ดวงตา ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากการบริโภคน้ำฝนที่พึ่งตกลงมาใหม่ๆ อาจเสี่ยงต่อการดื่มน้ำที่มีสภาวะเป็นกรดและมีสารพิษปนเปื้อน
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ แนะนำประชาชนควรหลีกเลี่ยงการตากฝน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจและโรคผิวหนัง เมื่อกลับบ้านควรรีบอาบน้ำ สระผมเพื่อชำระสิ่งสกปรกแล้วเช็ดตัวเป่าผมให้แห้ง และไม่ควรรองรับน้ำฝนที่ตกในช่วงแรกๆ เพื่อการอุปโภคและบริโภค
ที่มา : https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/107545/?bid=1
