สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกาศ ขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยวิธีการประมูลปากเปล่า ครั้งที่ 4/2567

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกาศ ขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยวิธีการประมูลปากเปล่า ครั้งที่ 4/2567

          สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประกาศ ขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยวิธีการประมูลปากเปล่า ครั้งที่ 4/2567 เป็นทรัพย์สินประเภท ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ อัญมณี และพระเครื่อง จํานวน 74 รายการ วันที่ 21 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ณ สํานักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร


 

ประกาศสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยวิธีการประมูลปากเปล่า ครั้งที่ 4/2567

          ด้วยสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สํานักงาน ปปง.) จะดําเนินการ ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ศาลมีคําสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินและคดีถึงที่สุดแล้ว ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภท ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ อัญมณี และพระเครื่อง จํานวน 74 รายการ เป็นไปตามคําสั่งเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยอาศัยอํานาจตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ. 2543 ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการดําเนินการกับทรัพย์สินที่ศาลมีคําสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2556 และระเบียบคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการนําทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ.ศ. 2566 โดยจะทําการ ขายทอดตลาดทรัพย์สินในวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2567 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ณ สํานักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รายละเอียดปรากฏตามบัญชีแนบท้าย และกําหนดเงื่อนไขในการขายทอดตลาดดังกล่าวไว้ ดังนี้

1. ผู้ประสงค์เข้าสู้ราคาสามารถติดต่อขอดูสภาพทรัพย์สินและลงทะเบียน ดังนี้

1.1 ตรวจดูสภาพทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายประกาศฯ ในวันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 15.30 น. ณ สํานักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร หรือทางเว็บไซต์ www.amlo.go.th โดยสํานักงาน ปปง. ถือว่า ผู้เข้าสู้ราคาได้ตรวจดูสภาพทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดจนเป็นที่พอใจมาก่อนแล้ว และจะไม่รับผิดชอบ ในความชํารุดบกพร่องของทรัพย์สินไม่ว่ากรณีใด ๆ

1.2 กําหนดการลงทะเบียนเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาด ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และดําเนินการขายทอดตลาด ตั้งแต่เวลา 10.30 น. ณ สํานักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
1.3 ผู้ลงทะเบียนเข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันในการเข้าสู้ราคาเป็นเงินสด หรือหาก ประสงค์จะซื้อแคชเชียร์เช็คต้องเป็นของธนาคารในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล โดยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน ปปง. ก่อน เพื่อสั่งจ่ายเป็นชื่อบัญชีของแต่ละรายคดีที่น่าทรัพย์สินออกขายทอดตลาด
1.4 ผู้เข้าสู้ราคาต้องนําหลักประกันตามข้อ 1.3 มาวางเป็นหลักประกันต่อคณะกรรมการ ขายทอดตลาดก่อน จึงจะมีสิทธิเข้าสู้ราคา และจะคืนให้ผู้เข้าสู้ราคาต่อเมื่อการขายทอดตลาดรายการนั้น เสร็จสิ้นแล้ว ในกรณีที่ผู้เข้าสู้ราคาผู้ใดเป็นผู้ชนะการประมูล ให้ถือว่าหลักประกันของผู้เข้าสู้ราคาผู้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของการชําระราคา

2. ในกรณีทรัพย์สินรายการที่ขายทอดตลาดในประกาศฉบับนี้หากไม่อาจขายทอดตลาดได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2567 จะนําออกขายทอดตลาดอีก 3 นัด ณ สํานักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ดังนี้

2.1 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2567 เวลา 10.30 น.
2.2 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 10.30 น.
2.3 ในวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2567 เวลา 10.30 น.

           ทั้งนี้ หากขายทอดตลาดได้หมดทุกรายการในนัดใดแล้ว ให้ปิดการขายทอดตลาดในนัดที่เหลือต่อไป หรือหาก ทรัพย์สินที่นําออกขายทอดตลาดนั้นไม่อาจดําเนินการขายทอดตลาดได้ และคณะกรรมการขายทอดตลาด เห็นว่า การนําทรัพย์สินออกขายทอดตลาดอีกใน 3 นัดถัดไป จะเป็นการเสียประโยชน์แก่ทางราชการมากกว่า สํานักงาน ปปง. อาจยกเลิกการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นได้

3. การขายทอดตลาดทรัพย์สินในแต่ละรายการจะใช้วิธีการขายทอดตลาดโดยการประมูล ปากเปล่า ต่อหน้าคณะกรรมการขายทอดตลาดของสํานักงาน ปปง. และต่อหน้าผู้สู้ราคาที่มีอยู่จนกว่า จะไม่มีผู้สู้ราคาอีก

4. คณะกรรมการขายทอดตลาดจะแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้ แต่หากคณะกรรมการขายทอดตลาดเห็นว่าราคาที่ผู้สู้ราคาสูงสุดยังไม่เพียงพอกับราคาทรัพย์สินที่จะขาย คณะกรรมการ ขายทอดตลาดอาจถอนรายการที่ไม่สมควรขายนั้น ๆ ออกจากการขายทอดตลาดได้ และสํานักงาน ปปง. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะยกเลิกการขายทอดตลาดในรายการที่ไม่เห็นสมควรนั้น ๆ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ผู้สู้ราคา จะเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

5. หากคณะกรรมการขายทอดตลาดตกลงขายทรัพย์สินรายการใดรายการหนึ่งให้กับ ผู้สู้ราคาสูงสุดรายการใดแล้ว ผู้นั้นจะต้องชําระเงินค่าทรัพย์สิน ดังนี้

5.1 ทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 100,000 บาท ผู้นั้นจะต้องชําระเงินค่าทรัพย์สินทั้งหมด ภายใน 5 วันทําการ นับแต่วันที่การขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเสร็จสิ้น ในกรณีที่ไม่ชําระเงินครบถ้วนในวันขายทอดตลาดให้ทําสัญญาการชําระเงินส่วนที่ค้างชําระ
5.2 ทรัพย์ที่มีราคาเกินกว่า 100,000 บาท ผู้ซื้อได้อาจวางเงินมัดจําไว้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 25 ของราคาที่ประมูลได้ภายใน 5 วันทําการ แทนการชําระเงินค่าทรัพย์สินทั้งหมด โดยสํานักงาน ปปง. จะออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน และทําสัญญาโดยมีเงื่อนไขในการชําระเงิน ส่วนที่ค้างชําระให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 15 วันทําการ นับแต่วันที่การขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเสร็จสิ้น เว้นแต่ กรณีทรัพย์สินนั้นมีราคาสูงเกิน 10,000,000 บาท หรือมีเหตุผลจําเป็นประการอื่น เลขาธิการ อาจพิจารณากําหนดจํานวนเงินมัดจําได้ตามที่เห็นสมควรและขยายเวลาการชําระเงินค่าทรัพย์สินดังกล่าวออกไปได้แต่ไม่เกิน 3 เดือน

             เมื่อชําระเงินทั้งหมดแล้วสํานักงาน ปปง. จึงจะส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ซื้อได้ หากผู้ซื้อ ไม่ชําาระให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือไม่ได้วางเงินมัดจําไว้ สํานักงาน ปปง. จะริบเงินมัดจํา หรือริบหลักประกันนั้นเสีย แล้วนําทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดในครั้งต่อไป และหากการขายครั้งใหม่ได้เงินเป็นจํานวนสุทธิต่ํากว่าการขายทอดตลาดครั้งก่อน ผู้ซื้อเดิมจะต้องรับผิดชดใช้ราคาในส่วนที่ขาดอยู่นั้น

6. ค่าใช้จ่ายในการโอนและส่งมอบทรัพย์สิน เช่น ค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าขนย้ายหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นภาระของผู้ซื้อทรัพย์สินได้ ผู้ซื้อได้ต้องมารับทรัพย์สินภายใน 5 วัน ทําการ นับแต่วันที่ชําระเงินครบถ้วน ในกรณีที่ไม่มารับทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กําหนด หากมี ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาทรัพย์สินเกิดขึ้น ผู้ซื้อทรัพย์สินได้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยบรรดาค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาทรัพย์สินให้เก็บได้เท่าที่จ่ายจริง

7. สํานักงาน ปปง. ขอสงวนสิทธิในการถอนทรัพย์สินรายการใด ๆ ตามประกาศฯ ออกจาก การขายทอดตลาดก่อนการขายทอดตลาดตามความเหมาะสม เพื่อให้การขายทอดตลาดเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย โดยผู้สู้ราคาจะเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

             อนึ่ง การเข้าสู้ราคาในครั้งนี้ ผู้เข้าสู้ราคาทุกคนจะต้องนําบัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรประจําตัวข้าราชการ หรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการ ออกให้อย่างใดอย่างหนึ่งมาแสดงในวันขายทอดตลาดด้วย และในกรณีที่ผู้เข้าสู้ราคาประสงค์จะเข้าสู้ราคา ในนามบุคคลอื่น ต้องแสดงเอกสารการมอบอํานาจและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าสู้ราคา หากมิได้แสดงเอกสารการมอบอํานาจหรือมีหลักฐานไม่ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้เข้าสู้ราคาทําในนามตนเอง ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเป็นทรัพย์สินประเภทที่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้เข้าสู้ราคาจะขอให้จดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ในนามบุคคลอื่น โดยอ้างว่าตนเป็นตัวแทนมิได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567
(นายนพดล อุเทน)
ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน


ที่มา : https://shorturl.asia/RDcUz

-->