สทนช. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ช่วงวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2567

สทนช. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ช่วงวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2567

          สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และบริเวณชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเนื่องจากระบายไม่ทันเพิ่มเติม ในช่วงวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2567


 

          ตามที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ในช่วงวันที่ 18 – 25 พฤษภาคม 2567 ทั้งนี้จากการติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น จะทำให้ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

          สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และบริเวณชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเนื่องจากระบายไม่ทันเพิ่มเติม ในช่วงวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2567 ดังนี้

1. ภาคเหนือ

    • จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย แม่สรวย พาน เทิง เชียงของ และเวียงป่าเป้า)
    • จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอแม่อาย เชียงดาว สะเมิง แม่วาง และแม่ริม)
    • จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอปาย แม่ลาน้อย และขุนยวม)
    • จังหวัดลำปาง (อำเภอวังเหนือ เมืองปาน แจ้ห่ม และงาว)
    • จังหวัดลำพูน (แม่ทา บ้านโฮ่ง และลี้)
    • จังหวัดอุตรดิตถ์ (อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ฟากท่า และท่าปลา)
    • จังหวัดตาก (อำเภอเมืองตาก แม่สอด และอุ้มผาง)
    • จังหวัดน่าน (อำเภอเมืองน่าน แม่จริม และเวียงสา)
    • จังหวัดแพร่ (อำเภอเมืองแพร่ สอง ร้องกวาง สูงเม่น และเด่นชัย)
    • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอชาติตระการ และเนินมะปราง)
    • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า)

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    • จังหวัดหนองคาย (อำเภอเมืองหนองคาย และโพนพิสัย)
    • จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอบุ่งคล้า เซกา และบึงโขงหลง)
    • จังหวัดนครพนม (อำเภอเมืองนครพนม และศรีสงคราม)
    • จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอเมืองชัยภูมิ คอนสาร หนองบัวแดง และเทพสถิต)
    • จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอชื่นชม เชียงยืน และโกสุมพิสัย)
    • จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ธวัชบุรี โพนทอง และเสลภูมิ)
    • จังหวัดสุรินทร์ (อำเภอสังขะ)
    • จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอขุขันธ์ และขุนหาญ)
    • จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอน้ำยืน และศรีเมืองใหม่)

3. ภาคตะวันตก

    • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอเมืองกาญจนบุรี สังขละบุรี ทองผาภูมิ ศรีสวัสดิ์ ไทรโยค และด่านมะขามเตี้ย)
    • จังหวัดราชบุรี (อำเภอสวนผึ้ง และบ้านคา)
    • จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน และหนองหญ้าปล้อง)
    • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน และปราณบุรี)

4. ภาคใต้

    • จังหวัดชุมพร (อำเภอสวี และหลังสวน)
    • จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอเกาะสมุย ดอนสัก และกาญจนดิษฐ์)
    • จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม สิชล และนบพิตำ)
    • จังหวัดสงขลา (อำเภอสะบ้าย้อย)
    • จังหวัดยะลา (อำเภอยะหา และรามัน)
    • จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้อง สุไหงปาดี สุไหงโก-ลก และแว้ง)

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

    1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ หรือพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน
    2. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
    3. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

 

ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2567

 


 

ที่มา : https://citly.me/XMbOt

 

-->