สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนยางระวังการใช้สารทาหน้ายาง

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนยางระวังการใช้สารทาหน้ายาง


 


          สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนยางระวังการใช้สารทาหน้ายาง อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตรวมในระยะยาว แถมเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

          ปัจจุบันปัญหาอาการเปลือกแห้งของยางพารากำลังเป็นปัญหาทำให้ กรีดยางไม่ได้ อาการเปลือกแห้งของยางพารา เป็นลักษณะความผิดปกติของการไหลของน้ำ ยางบนหน้ากรีด อาจพบว่า ภายหลังการกรีด น้ำ ยางไม่ไหลบางส่วนของรอยกรีด หรือตลอดหน้ากรีด ทำ ให้ผลผลิตลดลง จนกระทั้ง ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้

          เกษตรกรจึงหาสารทาหน้ายางต่าง ๆ มาใช้รักษา เช่น น้ำหมัก สารเร่ง มาใช้ การเลือกใช้สารทาหน้ากรีดยางที่ไม่ทราบ สาระสำคัญของเกษตรกร เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอีก ประการหนึ่งต่อการเกิดอาการเปลือกแห้งเป็นหนักขึ้น สารทาหน้ากรีดที่เกษตรกรใช้ส่วนใหญ่มีสาร ethephon ปนเปื้อนอยู่หากเกษตรกรใช้ทาหน้ากรีดยางทุก 7 – 15 วัน ตามวิธีใช้อย่างต่อเนื่องจะทำ ให้ต้นยางแสดงอาการเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วซึ่งปัจจุบันการใช้สารเคมีเร่งน้ำยางในสวนยางเกษตรกรกำลังเป็นปัญหาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสวนยางส่วนใหญ่จ้างแรงงานกรีดตามส่วนแบ่งของผลผลิต หากมีการปนเปื้อนสารเคมีเร่งน้ำยางในผลิตภัณฑ์จะทำ ให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตรวมในระยะยาว

ดังนั้น การจัดการสวนยางเพื่อลดอาการเปลือกแห้ง

  1. ควรพักการกรีด เมื่อพบว่ามียางต้นใด หน้ากรีดเกิด “อาการเปลือกแห้ง” บางส่วน ให้ท่านเกษตรกรหยุดกรีดสักระยะหนึ่งก่อน ประมาณ 6 – 12 เดือน และปฏิบัติตามคำแนะนำสถาบันวิจัยยาง โดยการใส่ปุ๋ยบำรุง สูตร 30-5-18 หรือ 29-5-18 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 3 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี เพื่อบำรุง การพักต้นยางดีกว่ากรีดต้นยางที่เป็น “อาการเปลือกแห้ง” ต่อไปซึ่งอาจลุกลามไปทั่วทั้งต้น จนน้ำยางหยุดไหล
  2. ควรเปิดกรีดต่ำลงมาจนพบเปลือกปกติ แล้วกรีดตามปกติต่อไป กรีดล้อมส่วนที่เป็น “อาการเปลือกแห้ง” ไว้ ขูดเปลือกบริเวณที่เป็น “อาการเปลือกแห้ง” ออก แต่อย่าให้ถูกเยื่อเจริญ แล้วจึงทาบริเวณที่ขูดเปลือกออกด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อรา พวกเมตาแลกซิล หรือ แซนโดแฟน-เอ็ม เพื่อป้องกันไม่ให้ “อาการเปลือกแห้ง” ลุกลามไปทั่วหน้ากรีดต่อไป และการขูดเปลือกที่“อาการเปลือกแห้ง” ออกจะทำให้เปลือกงอกใหม่อย่างรวดเร็ว และเปลือกงอกใหม่มากกว่า 80% จะสามารถให้น้ำยางได้ตามปกติ แต่ถ้า “อาการเปลือกแห้ง”ลุกลามไปทั่วหน้ากรีดแล้ว การขูดเปลือกที่เป็น “อาการเปลือกแห้ง” ออกทั้งหมดอาจทำให้เสียเวลา และแรงงาน ขอให้ท่านเกษตรกรลองกรีดยางเหนือรอยกรีดขึ้นไป ซึ่งบริเวณเหนือรอยกรีดจะมีน้ำยางไหลตามปกติ เนื่องจากท่อน้ำยางถูกตัดด้วยรอยกรีด การเป็น “อาการเปลือกแห้ง”ไม่สามารถลุกลามขึ้นไปด้านบนได้

 


 


ที่มา : https://citly.me/oi6tA

-->