สปสช. แจ้ง “30 บาทรักษาทุกที่” ใน กทม. เริ่มวันที่ 26 สิงหาคม 2567

สปสช. แจ้ง “30 บาทรักษาทุกที่” ใน กทม. เริ่มวันที่ 26 สิงหาคม 2567

          สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แจ้ง “30 บาทรักษาทุกที่” ในกรุงเทพมหานคร เริ่มแล้ว วันนี้ (26 สิงหาคม 2567)


 

 

  • เริ่มแล้ว วันนี้ (26 สิงหาคม 2567) “30 บาทรักษาทุกที่” ในกรุงเทพมหานคร
  • หน่วยบริการปฐมภูมิ ได้แก่
    • กทม. : ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น
    • ต่างจังหวัด : รพ.สต. สถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน รพ.รัฐประจำอำเภอ/จังหวัด ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
  • กรณีเจ็บป่วยมาก
    • ผู้ป่วยเข้ารักษาที่หน่วยบริการประจำของตนเอง หรือ หน่วยปฐมภูมิ หากเกินศักยภาพจะได้รับการส่งต่อไปยัง รพ. ในเครือข่าย
    • หรือ ติดต่อ ร้านยา – คลินิกเอกชน ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ในเครือข่าย ด้วยระบบส่งต่อแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral)
  • กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน
    • ไม่วิกฤต
      • รพ.รัฐทุกแห่ง
      • รพ.เอกชนที่ร่วมกับ สปสช.
    • วิกฤต
      • ใช้สิทธิ UCEP รพ. ที่ใกล้ที่สุด
  • ทั้งนี้ รพ.รัฐ ที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น รพ. สำหรับรับส่งต่อผู้ป่วยเท่านั้น ต้องใช้ใบส่งตัว
  • กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่ 46 ในการนำร่องโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่”
    • ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง เมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่หน่วยบริการประจำของตน 
    • หน่วยบริการปฐมภูมิทุกแห่ง ร้านยาและ คลินิกเอกชน ที่ติดสัญลักษณ์ 30 บาทรักษาทุกที่
    • มีเครื่องหมายกาชาดที่ภายในมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีแดง โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว
  • สอบถามเพิ่มเติม
    • โทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 6

 

          วันที่ 4 สิงหาคม 2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ว่า ในวันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม 2567 จะมีการ Kick Off โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ กรุงเทพมหานคร “30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า” โดยจะเป็นจังหวัดนำร่องที่ 46 ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ หลังได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความพร้อมที่จะให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ซึ่งจะมีการ Kick Off ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. โดยได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมจะมีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ (Logo) “30 บาทรักษาทุกที่” เพื่อใช้ในการรับรองคุณภาพและการเข้าร่วมโครงการฯ ของหน่วยบริการทั่วประเทศ รวมถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในการเข้ารับบริการของประชาชน

          “การ Kick Off จะเป็นการตอกย้ำการเดินหน้านโยบายนี้ของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี นอกจากจะมอบป้ายและโล่ตราสัญลักษณ์ 30 บาทให้ผู้แทน 7 หน่วยนวัตกรรมบริการแล้ว ยังจะปาฐกถาพิเศษ “30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า” ขณะที่ นางสาวแพทองธาร จะกล่าวปาฐกถา “จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่” เพื่อให้เห็นการผลักดันโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งหมดนี้ เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาล ในการดูแลสุขภาพประชาชนไทย พร้อมเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน ในการเข้าถึงสิทธิและบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท” รมว.สาธารณสุข กล่าว

          ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในส่วน สปสช. ที่ร่วมขับเคลื่อนนโยบายฯในพื้นที่ กทม. ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการภายใต้บทบาทและหน้าที่ของ สปสช. ทั้งการเพิ่มหน่วยบริการนวัตกรรม ให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ การจัดหาหน่วยบริการทุติยภูมิเพิ่มเติม เพื่อลดความแออัดหน่วยบริการตติยภูมิ ยกระดับ Contact Center 1330 เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชนและหน่วยบริการ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของหน่วยบริการในพื้นที่ กทม. เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ขับเคลื่อนระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุก รวมถึงการจัดระบบสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

          เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ส่วนการเข้ารับบริการของประชาชน นอกจากการเข้ารับบริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิ/ประจำตามสิทธิของท่านแล้ว ยังสามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการนวัตกรรม 7 แห่ง ประมาณ 1,500 แห่ง โดยสังเกตตราสัญลักษณ์ที่จะมีการเปิดตัว ได้แก่ ร้านยาคุณภาพ คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น และคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวก และลดความแออัดได้อีก ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 26 สิงหาคม นี้ เช่น บริการการแพทย์ทางไกล เจาะเลือดที่บ้าน รถรับส่งผู้ป่วย รถทันตกรรมเคลื่อนที่ และตู้เทเลเมดดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของโรงพยาบาลรัฐสังกัดต่างๆนั้น จะเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อผู้ป่วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • สายด่วน สปสช. 1330
  • ช่องทางออนไลน์
    • ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
    • Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand


 

ที่มา :

  • https://shorturl.asia/WTAoq
  • https://citly.me/ZyVq8
-->