สปสช. จัดทำแผนขยาย “หน่วยบริการ มาตรา 3” ครอบคลุมบริการ 8 ด้าน

สปสช. จัดทำแผนขยาย “หน่วยบริการ มาตรา 3” ครอบคลุมบริการ 8 ด้าน


          สปสช. ขับเคลื่อน “หน่วยบริการองค์กรภาคประชาชน มาตรา 3” เผยปี 2567 ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทองแล้ว 56 แห่ง พร้อมเดินหน้าต่อเนื่องปี 2568 จัดทำแผนขยายบเพิ่มเติม ครอบคลุมบริการ 8 ด้าน ดูแลกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการ หนุนเสริมระบบสุขภาพให้เข้มแข็ง


 

          รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ในการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการผู้ใช้สิทธิบัตรทองทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงบริการ ด้วยการรับบริการบางอย่างที่มีความจำเพาะ จึงจำเป็นต้องใช้กลไกการมีส่วนร่วมในการจัดบริการที่ทำให้เกิดการเข้าถึง เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพ ที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยกลุ่มภารกิจสนับสนุนการมีส่วนร่วมและคุ้มครองสิทธิ ได้มีการประสานการดำเนินงานร่วมกับองค์กรภาคประชาชนในด้านต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนการร่วมจัดบริการและขึ้นทะเบียนเป็น “หน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านขององค์กรภาคประชาชน” ตามมาตรา 3 แห่ง พรบ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

          ทั้งนี้ สปสช. ได้กำหนดเป้าหมายการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ ตามมาตรา 3 แบ่งเป็น 8 ด้าน ดังนี้

  1. บริการฟื้นฟูคนพิการ
  2. บริการด้านเอชไอวี
  3. บริการดูแลประคับประคองระยะท้ายและชีวาภิบาล
  4. บริการด้านมิตรภาพบำบัด
  5. บริการสุนัขบำบัด
  6. บริการด้านยาเสพติด
  7. บริการพาหนะรับส่งผู้ป่วย
  8. บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์

          โดยในจำนวนนี้หน่วยบริการฯ มาตรา 3 ใน 3 ด้านแรก สปสช. ได้มีการร่วมจัดบริการและขึ้นทะเบียนหน่วยบริการไปแล้ว และมีที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมเช่นเดียวกับอีก 5 ด้านที่ได้เริ่มดำเนินการเตรียมการในปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568

          รศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานการเพื่อขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ ตามมาตรา 3 ที่ผ่านมานี้ จนถึงปัจจุบัน สปสช. ได้ดำเนินการร่วมมือกับเครือข่ายผู้ติดเชื้อ เครือข่ายด้านคนพิการ และเครือข่ายด้านผู้นำศาสนา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมจัดบริการและขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการฯ โดยในปี 2563 ได้มีการจัดบริการและขี้นทะเบียนหน่วยบริการฯ เพื่อให้บริการทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ (Independent Living: IL) และหน่วยบริการ O&M สำหรับคนตาบอด ต่อมาในปี 2566 ได้เพิ่มเติมการจัดบริการและขึ้นทะเบียนหน่วยบริการด้านเอชไอวี และในปี 2567 มีการขยายการจัดบริการและขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ นวดฟื้นฟูเด็กพิการ และองค์กรศาสนา (พุทธ, คริสต์) เพื่อดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย ชีวาภิบาล โดยปัจจุบันได้มีหน่วยบริการฯ มาตรา 3 ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. แล้วทั้งสิ้นจำนวน 59 แห่ง

          สำหรับในปี 2567 เป็นปีที่มีการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งและขึ้นทะเบียนหน่วยบริการฯ มาตรา 3 ที่หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านบริการฟื้นฟูจิตเวช บริการฟื้นฟูทางการได้ยิน บริการฟื้นฟูบุคคลออทิสติก และบริการฟื้นฟูพิการทางสติปัญญา นอกจากนี้จากการขับเคลื่อนบริการดูแลประคับประคองและระยะท้าย สถานชีวาบาล โดยศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บริการด้านมิตรภาพบำบัดที่ร่วมกับเครือข่ายผู้ไร้กล่องเสียง บริการสุนัขบำบัดที่อยู่ระหว่างการเตรียมการศึกษา บริการด้านยาเสพติดโดยสถานฟื้นฟูยาเสพติดภาคเอกชน เครือข่าย Harm Reduction บริการพาหนะรับส่งผู้ป่วย โดยองค์กรมูลนิธิและภาคประชาชน และด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ที่ร่วมกับเครือข่ายเด็กและเยาวชน สายด่วนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

          ส่วนในปีงบประมาณ 2568 นั้น รศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวว่า สปสช. ยังมีแผนที่จะขับเคลื่อนหน่วยบริการฯ มาตรา 3 อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของเครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง (มะเร็งเต้านม/มะเร็งต่อมน้ำเหลือง/มะเร็งลำไส้) เครือข่ายผู้ป่วยโรคไต และเครือข่ายผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการดูแลผู้ป่วยด้วยกัน

          “หน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านขององค์กรภาคประชาชนตามมาตรา 3 แห่ง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 นี้เป็นส่วนที่เข้ามาช่วยหนุนเสริมและสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยร่วมกับหน่วยบริการที่มีอยู่ในระบบ โดยมีมาตรฐานการให้บริการ ทั้งการดูแลการฟื้นฟูที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ ลดความแออัดในโรงพยาบาล ช่วยอุดช่องว่างบริการระบบสุขภาพ ที่เป็นการเสริมศักยภาพระบบบริการให้มีความเข้มแข็ง” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • สายด่วน สปสช. 1330
  • ช่องทางออนไลน์
    • ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
    • Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

 


 

 

ที่มา : https://citly.me/9MtF5

-->