บกปภ.ช. เริ่มมาตรการเคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น PM 2.5”

บกปภ.ช. เริ่มมาตรการเคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น PM 2.5”

         บกปภ.ช. เริ่มแล้ววันนี้ (3 ก.พ. 68) เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น” ทุกพื้นที่ขานรับมาตรการ “ห้ามเผา” ลดผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจัง


 

 
         วันนี้ (3 ก.พ. 68) เวลา 10.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมีผู้บริหาร ปภ. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ วันนี้ Kick off ลุยเคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น PM 2.5” เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการห้ามเผา พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนการห้ามเผาในทุกกรณี เพื่อลดผลกระทบของฝุ่นละอองที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างจริงจัง

         นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่า ในวันนี้ สถานการณ์ฝุ่นภาพรวมของประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีลมใต้ที่พัดขึ้นเหนือ ทำให้นำความชื้นเข้ามา ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลง และจากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า ในช่วงวันที่ 4 – 5 กุมภาพันธ์ 2568 มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือลงมาถึงกรุงเทพมหานคร จะมีกระแสลมค่อนข้างแรง สามารถพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ได้บ้าง แต่กระแสลมจะอยู่ในช่วงระยะสั้น ๆ โดยในช่วงวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์ 2568 ลมจะอ่อนกำลังลง จะเกิดการสะสมฝุ่นในอากาศเพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น และช่วงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 มวลอากาศเย็นจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้สถานการณ์ฝุ่นในช่วงดังกล่าวจะดีขึ้น และในวันนี้เป็นวันที่ทุกพื้นที่จัดกิจกรรม Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับมาตรการการห้ามเผา ซึ่งหลายพื้นที่ได้ให้การตอบรับกับกิจกรรมนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับท้องถิ่น รณรงค์ให้ประชาชน งดเผา ทั้งนาข้าว อ้อย วัชพืช พื้นที่เกษตร เศษขยะ อีกทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางในพื้นที่ อาทิ หอกระจายข่าว รถกระจายเสียง วิทยุชุมชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงโทษที่จะได้รับและเห็นถึงความสำคัญของการห้ามเผา รวมถึงมีส่วนร่วมในการไม่เผา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศที่ดีให้กับทุกคน รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนการห้ามเผาทุกกรณี ขอฝากประชาชนหากพบเห็นผู้กระทำความผิดให้แจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ตำรวจ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทุกแห่ง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลางที่ได้ร่วมมือในการลดฝุ่น ลดเผา ซึ่งการร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ทำให้เห็นถึงแนวทางในการลดผลกระทบของฝุ่นละอองที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างจริงจัง

         “ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศห้ามเผาแล้วทั้งสิ้น 43 จังหวัด ด้วยความร่วมมือในการดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ในรูปแบบการเคาะประตูบ้าน โดยใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา หน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ซึ่งขอความร่วมมือประชาชนงดเผาและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมอื่นที่ก่อมลพิษทางอากาศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แนะนำวิธีการป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 และวิธีการดูแลสุขภาพในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 รุนแรง ตลอดจนขอให้พื้นที่รายงานสถิติข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ และผลการดำเนินงานในพื้นที่มายัง บกปภ.ช. เพื่อที่จะได้นำข้อมูลและผลการดำเนินงานต่าง ๆ มาวางแผนและกำหนดแนวทางในการขยายผลการป้องกันและแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป” นายสหรัฐ รองอธิบดี ปภ. กล่าว

         ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ดำเนินการตามมาตรการ 6 ข้อ และข้อสั่งการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด รวมถึงเตรียมพร้อมสรรพกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย สนับสนุนจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ในการควบคุมสถานการณ์ แก้ไขปัญหา และบรรเทาผลกระทบที่มีต่อประชาชน ซึ่งปัจจุบันกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ไปประจำการ ณ ฐานปฏิบัติการกองพลทหารราบที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ลำ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

         ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะติดตามสถานการณ์และรายงานข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ X @DDPMNews หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเรื่องได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” @1784DDPM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”​

 




ที่มา : https://shorturl.asia/SANl7

-->