สำนักงานศาลปกครอง เตือนการประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

สำนักงานศาลปกครอง เตือนการประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

  • สำนักงานศาลปกครอง เตือนการประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต เสี่ยงต่อการดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • การประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์ หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ เช่น การซ่อมและปะเชื่อมยาง ถือเป็นกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2561
  • หากพบว่าประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถสั่งหยุดกิจการได้ และหากมีการอุทธรณ์ คำตัดสินให้ยกอุทธรณ์ถือเป็นไปตามกฎหมาย

 

 

        เรื่อง การประกอบกิจการ (การประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น)

        การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ที่มีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์ และการจำหน่าย ซ่อม ปะ เชื่อมยางยานยนต์ ถือเป็นการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งต้องมีการควบคุมภายในท้องถิ่นและต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกอบกับข้อ 7 ข้อ 10 และข้อ 13 ของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561

        เมื่อปรากฏว่ามีการประกอบกิจการดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้มีแบบตรวจแนะนำของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แบบ นส. 1) แจ้งให้หยุดประกอบกิจการจนกว่าจะได้รับอนุญาต และให้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาต แต่ผู้ประกอบกิจการไม่ได้ดำเนินการ และยังคงประกอบกิจการตลอดมา

        เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงมีอำนาจตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สั่งให้ผู้ประกอบกิจการหยุดดำเนินกิจการดังกล่าวทันที และต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าว การที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์
มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ จึงย่อมชอบด้วยกฎหมายแล้ว

 

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 750/2567 https://bit.ly/4hY1eYf

 


 

ที่มา : https://citly.me/zFP4m

-->