รัฐบาล เตรียมซื้อเรือดำน้ำภายในเดือนมิถุนายน 2568 ย้ำยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
รัฐบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเรือดำน้ำภายหลังเดินทางสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เตรียมซื้อเรือดำน้ำภายในสิ้นเดือน พฤษภาคม หรือ ต้นเดือนมิถุนายน นี้ ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี และชี้แจงให้สาธารณชนทราบ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า ภายหลังเดินทางสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกลาโหมของเยอรมนี เอกอัครราชทูตจีน และตัวแทนประเทศปากีสถาน ทำให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ขณะนี้มี 2 แนวทาง คือ หากไม่ซื้อก็จะกระทบกับงบประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่ได้เสียไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญให้คิดมาก และหากเดินหน้าต่อก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ว่า นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่ สิ่งไหนที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศมากที่สุด โดยตนเองจะใช้แนวทางดังกล่าวมาตัดสินใจ พร้อมยอมรับว่า ทางการจีนอยากได้คำตอบเรื่องนี้มานานแล้ว ที่ผ่านมาถูกทั้งบริษัท ทางการจีน กองทัพเรือ ได้เสนอเงื่อนไขมาให้ต้องตัดสินใจ เพราะกองทัพเรือได้ตัดสินใจมาแล้ว
ดังนั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อได้พูดคุยกับทางการจีน ซึ่งไม่อยากแทรกแซงประเทศไทย แต่ก็ต้องรักษาเงื่อนไขตามที่ได้ทำสัญญาไว้ โดยหลังจากนี้ ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ หรือต้นเดือนมิถุนายนนี้ จะตัดสินใจได้ เพราะข้อกังวลต่าง ๆ ที่สงสัยก็ได้ทำทุกขั้นตอนแล้ว และมีคำตอบชัดเจนแล้ว ดังนั้น เมื่อทุกคนได้ฟังรายละเอียดที่ตนเองเคยชี้แจงมาแล้ว และหากลองมาเป็นตนเองจะช่วยตัดสินใจอย่างไร สามารถแนะนำได้
ส่วนมีแนวโน้มไปในทิศทางใด ก็ต้องหาทางที่มีเหตุผลให้กับประชาชนรับทราบได้ และเมื่อเป็นปัญหาที่สะสมมานานก็กระทบกับการจัดงบประมาณของกองทัพ และเรื่องยังค้างคา ดังนั้น ถึงเวลาสมควรแล้วที่ต้องตัดสินใจ โดยกองทัพเรือก็ต้องรอการตัดสินใจจากตนเอง พร้อมย้ำว่า เรือดำน้ำจะเดินหน้าไปในทิศทางใดนั้น จะเกิดขึ้นในยุคของตนเองอย่างแน่นอน เพราะต้องตัดสินใจ ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี และชี้แจงต่อสาธารณชนรับทราบ ตรวจสอบได้ และการตัดสินใจไม่อยากให้เกิดกระแสดรามา เพราะจะส่งผลเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และส่งผลเสียหายกับคนทำงาน ซึ่งพยายามแก้ปัญหาอยู่ โดยที่ผ่านมาได้พยายามขอความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ซึ่งวันนี้ถือว่าข้อมูลครบ ดังนั้น จึงต้องตัดสินใจอยู่แล้ว
ที่มา : สำนักข่าว NBT Connext
