กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14
กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย เตรียมจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14 และการประกวด “The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025” มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ส่งเสริมการทอผ้าไหมไทยเป็นอาชีพ เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาออกแบบแฟชั่นจากผ้าไหมไทย ถ่ายทอด Soft Power ไทยสู่สากล หวังสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา และพาณิชย์กับต่างประเทศ พร้อมปลูกฝังการอนุรักษ์วัฒนธรรมในเยาวชน
กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ลุยเข้ม เตรียมจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14 และโครงการประกวด The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025
วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 11.00 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานการประชุมรายงานความก้าวหน้าการจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14 และโครงการประกวด The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025 โดยมี นายเอ็ดเวิร์ด กิตติ ผู้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทยและคณะ นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม
ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14 และโครงการประกวด The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025 มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระเจ้านางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหม ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนเผยแพร่ผ้าไหมไทยไปสู่ทั่วโลกในรูปแบบ Soft Power ผ้าไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ โดยได้เพิ่มองค์ความรู้และเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทย คณะออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อออกแบบและตัดชุดผ้าไหมไทยที่มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับนานาประเทศ และได้รับประสบการณ์ที่ดี สร้างชื่อเสียงของผ้าไหม อีกทั้งเป็นการขยายโอกาสในการสร้างความร่วมมือ ด้านการศึกษาระหว่างประเทศ และความร่วมมือเชิงพาณิชย์ ตลอดจนให้เยาวชนหันมาอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสวมใส่ผ้าไหมไทยในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
ที่มา : facebook กระทรวงวัฒนธรรม
