นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา
นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งจัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความคล่องตัว ทันต่อสถานการณ์ และยึดหลักทวิภาคี สันติวิธี และความเคารพในอธิปไตยของกันและกัน
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รายงานว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กองทัพที่รับผิดชอบดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะนี้มีความจำเป็นต้องเร่งกลไกการประสานงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านและทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้จัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการแก้ไขความตึงเครียดด้วยหลักการทวิภาคี สันติวิธี ความเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน
องค์ประกอบของ ศบ.ทก. ประกอบด้วย
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (ประธาน)
- เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
- ปลัดกระทรวงต่างประเทศ
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย
- ปลัดกระทรวงกลาโหม
- ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ปลัดกระทรวงพาณิชย์
- ปลัดกระทรวงแรงงาน
- เลขาธิการ กอ.รมน.
- เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
- ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งสาม
- ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
- อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
- อธิบดีกรมสารนิเทศ
- อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย
- รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
- เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร
- ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ
- ผู้แทนหน่วยงานรัฐหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง
หน้าที่หลักของ ศบ.ทก.
- ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างใกล้ชิด
- ให้ข้อเสนอแนะมาตรการเพื่อบริหารสถานการณ์ต่อ สมช. นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี
- บูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นเอกภาพ
- เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชนอย่างถูกต้องและเป็นทางการ
- สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือเจ้าหน้าที่สนับสนุนตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดรูปแบบการประชุมทุกวันในเวลา 09.30 น. ยกเว้นวันอังคารที่มีภารกิจประชุมคณะรัฐมนตรี จึงจะปรับการประชุมเป็นในช่วงเวลา 13.30 น. ซึ่งภายหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าว ที่ตึกนารีสโมสร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการติดตามข้อมูลข่าวสาร และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT
ที่มา : เว็บไซต์ รัฐบาลไทย
