สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชน วันที่ 30 มิ.ย. – 2 ก.ค. 68
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ (ภาคประชาชน) และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้รับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้ง อุทกภัย พายุฝน แผ่นดินไหว และดินโคลนถล่ม ซึ่งมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวและรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ดังนั้น ขบวนองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ทั่วประเทศของกระทรวง พม. โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถือเป็นกลไกด่านหน้าที่สำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น และให้การช่วยเหลือดูแลประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
กระทรวง พม. โดย พอช. จึงได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ (ภาคประชาชน) ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) 76 จังหวัด และผู้แทนหน่วยงานภาคีอาสาสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง รวมจำนวน 300 คน ด้วยการสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ , การออกแบบแผนและกระบวนการขับเคลื่อนการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่ , การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้นำขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการเตรียมความพร้อมตั้งแต่การบริหารข้อมูล การบูรณาการแผนงาน และการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดและชุมชน อีกทั้งให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถปรับตัวและรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
