ครม. เห็นชอบโครงการ “คุณสู้ เราช่วย เฟส 2”
คณะรัฐมนตรี เห็นชอบแนวทางการขยายคุณสมบัติของลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย ระยะที่ 2” คาดว่าจะช่วยลูกหนี้ได้เพิ่มอีกกว่า 1.8 ล้านราย หรือ 2 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้รวมกว่า 310,000 ล้านบาท
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงิน ได้มีการดำเนินโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” สำหรับลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 3 มาตรการ ได้แก่
- มาตรการที่ 1 “จ่ายตรง คงทรัพย์” ซึ่งมุ่งเน้นช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ขนาดเล็กที่มีวงเงินไม่สูงมาก และเคยมีประวัติค้างชำระเกินกว่า 30 วัน จนถึง 365 วัน หรือเคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้เนื่องจากค้างชำระเกินกว่า 30 วัน ผ่านการลดค่างวด เน้นตัดเงินต้น และพักภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกเว้น หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดระยะเวลาของมาตรการ
- มาตรการที่ 2 “จ่าย ปิด จบ” เพื่อช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) โดยให้ลูกหนี้ชำระหนี้เพียงบางส่วนของยอดหนี้คงค้างเพื่อปิดหนี้ได้ทันที และ
- มาตรการที่ 3 “ลดผ่อน ลดดอก” ซึ่งเป็นการลดภาระการผ่อนชำระ และลดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของ Non-banks จากผลการตอบรับพบว่า ประชาชนได้ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีลูกหนี้แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการและอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์แล้วทั้งสิ้นกว่า 1.4 ล้านราย คิดเป็นจำนวนบัญชีกว่า 1.9 ล้านบัญชี
ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมไปยังลูกหนี้ทุกกลุ่มและมีมาตรการช่วยเหลือที่หลากหลายมากขึ้น กระทรวงการคลังร่วมกับ ธปท. ได้เสนอแนวทางการขยายคุณสมบัติของลูกหนี้ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย ระยะที่ 2” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 โดยมีแนวทางสรุปได้ ดังนี้
- การขยายคุณสมบัติลูกหนี้ของมาตรการจ่ายตรง คงทรัพย์ ให้รวมถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 365 วัน และลูกหนี้ที่ค้างชำระน้อยกว่า 30 วัน แต่เคยมีการปรับโครงสร้างหนี้
- การขยายยอดคงค้างหนี้และประเภทหนี้ตามมาตรการจ่าย ปิด จบ ให้ครอบคลุมภาระหนี้จำนวน 10,000 บาท หากเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) และ 30,000 บาท หากเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Secured Loan)
- การเพิ่ม “มาตรการจ่าย ตัด ต้น” เพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้ NPLs ซึ่งมีสินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ที่มียอดหนี้คงค้างไม่เกิน 50,000 บาทต่อบัญชี โดยการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีเงื่อนไขเป็นการผ่อนชำระคืนเป็นงวด (Term Loan) และกำหนดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำที่ร้อยละ 2 ของยอดคงค้าง เป็นระยะเวลา 3 ปี และยกเว้นดอกเบี้ยให้หากลูกหนี้สามารถทำตามเงื่อนไขของมาตรการได้ครบ 3 ปี
ทั้งนี้ คาดว่าการขยายคุณสมบัติของลูกหนี้ตามโครงการ “คุณสู้ เราช่วย ระยะที่ 2” จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้เพิ่มเติมอีกกว่า 1.8 ล้านราย หรือ 2.0 ล้านบัญชี ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 310,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่เป็นกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม กระทรวงการคลังได้มอบหมายสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกหนี้ เช่น มาตรการแก้หนี้รหัส 21 สำหรับลูกหนี้ที่สะดุดในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้โครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ไม่ให้เป็น NPLs หรือหมดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น และหลุดพ้นจากประวัติหนี้เสียโดยเร็ว ทั้งนี้ การช่วยเหลือเพิ่มเติมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้ประมาณ 530,660 บัญชี ภาระหนี้ประมาณ 9,407 ล้านบาท
นายพรชัยฯ ได้เน้นย้ำว่า การขยายคุณสมบัติโครงการคุณสู้ เราช่วย ภายใต้ “โครงการคุณสู้ เราช่วย ระยะที่ 2” ยังคงหลักการสำคัญเช่นเดียวกับการดำเนินโครงการคุณสู้ เราช่วย ในระยะแรก คือ (1) ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้หนี้ (2) เป็นมาตรการเฉพาะกลุ่มที่เน้นช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่มีโอกาสรอดให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ หรือกลับมาเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ และ (3) เป็นมาตรการที่มีแนวทางป้องกันมิให้ลูกหนี้เสียวินัยในการชำระหนี้ (Moral Hazard) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ให้ลูกหนี้กลับเป็นลูกหนี้สถานะปกติและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสภาพคล่องและเงินทุนในอนาคตได้
