กระทรวงยุติธรรม แนะนำกฎหมายแรงงาน สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้าง – ลูกจ้าง ควรรู้

กระทรวงยุติธรรม แนะนำกฎหมายแรงงาน สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้าง – ลูกจ้าง ควรรู้

              กระทรวงยุติธรรม แนะนำกฎหมายแรงงาน สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้าง – ลูกจ้าง ควรรู้


 


 

กระทรวงยุติธรรม แนะนำกฎหมายแรงงาน สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้าง – ลูกจ้าง ควรรู้

            วันแรงงาน (Labour Day) เป็นวันสำคัญสากลที่กำหนดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกโดยตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานในการ พัฒนาสังคมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นการยกย่องและมุ่งเน้นให้ผู้ใช้แรงงานได้เกิดการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และได้รับการดูแล อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

            ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ใช้แรงงานที่เป็นลูกจ้างจำนวนมากไม่ทราบถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกเอาเปรียบจากนายจ้างได้ ดังนั้น นายจ้างและลูกจ้างจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่สำคัญโดยกฎหมายแรงงานจะช่วยคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างในขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความชัดเจนในเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของนายจ้างลดความขิดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่งเสริมให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข

            นอกจากนี้ยังมีกฎหมายน่ารู้อย่างเรื่องสิทธิการลา การใช้แรงหญิง และการใช้แรงงานเด็กที่ควรรู้อีก หาสนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน คอลัมน์ “กฎหมายสามัญประจำบ้าน”

สิทธิการลา

  • การลาพักผ่อนประจําปี
    • ลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุด พักผ่อนประจําปีได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทํางานต่อปี โดยให้นายจ้างเป็น ผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง ล่วงหน้า หรือกำหนดให้ตามที่นายจ้าง และลูกจ้างตกลงกัน
  • การลาป่วย
    • ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทํางานขึ้นไป นายจ้าง อาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์ แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาล ของทางราชการ แต่ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจ แสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ (กรณีที่ ลูกจ้างเกิดป่วยและประสบอุบัติเหตุจากการ ทํางานจะไม่ถือเป็นการลาป่วย)
  • การลากิจ
    • คือการลาไปทำธุระที่จําเป็นและตัวลูกจ้าง จําเป็นต้องไปดำเนินด้วยตัวเอง คนอื่น ไม่สามารถไปทําแทนได้โดยลูกจ้าง มีสิทธิลา เพื่อกิจธุระอันจําเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทํางาน/ปี
  • การลาคลอด
    • ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลา เพื่อคลอดบุตร ครรภ์หนึ่ง ไม่เกิน 98 วัน โดยให้รวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อน คลอดบุตรด้วย
  • การลาเพื่อทําหมัน
    • ลูกจ้างมีสิทธิลาหยุดเพื่อไปทําหมันได้ ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง กำหนด
  • การลาไปรับราชการทหาร
    • ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหาร ารเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึก วิชาทหาร หรือเพื่อกดลองความพรั่งพร้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

การใช้แรงงานหญิง

  • ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทํางานอย่างหนึ่งอย่างได ดังต่อไปนี้
    • งานเหมืองแร่ หรืองานก่อสร้างที่ต้องทําใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา เว้นแต่สภาพของงานไม่เป็น อันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง
    • งานที่ต้องทําบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตร ขึ้นไป
    • งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่ สภาพของการทํางานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกาย ของลูกจ้าง
  • ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทํางานอย่างหนึ่ง อย่างใด ดังต่อไปนี้
    • งานเกี่ยวกับเครื่องจักรยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน
    • งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
    • งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนัก เกิน 15 กิโลกรัม
    • งานที่ทําในเรือ
  • ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทํางานในระหว่าง เวลา 22.00 น. – 06.00 น. ทํางานล่วงเวลา หรือทํางานในวันหยุด

การใช้แรงงานเด็ก

  • ห้ามมิให้นายจ้าง จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง
  • ในกรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างแจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงาน ตรวจแรงงาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเข้าทํางาน
  • ห้ามมิให้นายจ้าง ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทํางานในระหว่างเวลา 22.00 น.-06.00 น. ทํางานล่วงเวลา หรือทํางานในวันหยุด
  • ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทํางานที่เสี่ยงอันตราย เช่น งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ งานปั้นโลหะ งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตราย วัตถุมีพิษ วัดถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี เป็นต้น
  • ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทํางานในโรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่นการพนันสถานบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และสถานที่อื่นตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง

ที่มา : Facebook : กระทรวงยุติธรรม

-->