สปสช. สนับสนุนผู้ป่วยไตวายเข้าถึงเครื่องล้างไตอัตโนมัติ เพิ่มบริษัทผู้ให้บริการในระบบ

สปสช. สนับสนุนผู้ป่วยไตวายเข้าถึงเครื่องล้างไตอัตโนมัติ เพิ่มบริษัทผู้ให้บริการในระบบ

        สปสช. ลงพื้นที่ติดตามประสิทธิภาพเครื่องล้างไตอัตโนมัติ ย้ำการมีทางเลือกหลากหลายเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย พร้อมเดินหน้าลดต้นทุน เพิ่มงบจัดหาน้ำยาล้างไต หนุนผู้ป่วยเข้าถึงเครื่องล้างไตอัตโนมัติมากขึ้น ด้านผู้ป่วยล้างไต เผย APD ช่วยเพิ่มความสะดวก มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



 

         รศ.ดร.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้ช่วย เลขาธิการ สปสช. และ นพ.ชุติเดช ตาบองครักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช.เขต 4 สระบุรี ลงพื้นที่ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเยี่ยมบ้าน น.ส.พรพรรณ พลอยทับทิม ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รับการบำบัดทดแทนไตด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติ (APD) สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยมี นพ.สุชาย ศรีทิพยวรรณ แพทย์อายุรศาสตร์โรคไต โรงพยาบาลศิริราช ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ ได้ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยในครั้งนี้ด้วย

         ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้ป่วยสิทธิบัตรทองกลุ่มแรกของประเทศไทยที่ได้ใช้เครื่อง APD ที่เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง ซึ่งมีจอแสดงผลเป็นภาษาไทย ที่มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก และเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ ช่วยให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลของผู้ป่วยและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากเป็นการเยี่ยมชมประสิทธิภาพของเครื่อง APD จากผู้ให้บริการรายใหม่แล้ว ยังสะท้อนจุดยืนของ สปสช. ในการส่งเสริมการแข่งขันด้านราคาน้ำยาล้างไตและการให้บริการ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตทางหน้าท้องได้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบมาตรฐาน (CAPD) และการใช้เครื่องอัตโนมัติ (APD)

         รศ.ดร.ภญ.ยุพดี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตรวม 87,375 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยฟอกเลือด (HD) 69,940 ราย ล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD) 9,756 ราย และล้างไตด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) 4,362 ราย ส่วนที่เหลือเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ทั้งนี้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีนโยบายส่งเสริมให้แพทย์และผู้ป่วยร่วมกันตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม โดยหากเป็นไปได้ ควรเริ่มจากการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งมี 2 รูปแบบ ได้แก่ การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD) ที่ผู้ป่วยทำเองที่บ้าน โดยเปลี่ยนน้ำยาล้างไตทุก 4 ชั่วโมง และการล้างไตทางช่องท้องแบบอัตโนมัติ (APD) ซึ่งใช้เครื่องช่วยในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาล้างไต โดยทั่วไปจะทำในเวลากลางคืนขณะผู้ป่วยนอนหลับ และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในช่วงเช้า

         ทั้งนี้ ในประเทศไทย เดิมทีมีบริษัทผู้ให้บริการเครื่อง APD อยู่ 2 บริษัท และมีบริษัทที่มาเยี่ยมชมในวันนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นทางเลือกอีก 1 บริษัท ซึ่งการมีทางเลือกที่มากขึ้นจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย เพราะการให้บริการด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติจำเป็นต้องมีทรัพยากรบางส่วนมาสนับสนุน เช่น มีทีมพยาบาลคอยให้คำแนะนำผู้ป่วย มีทีมช่างเพื่อดูแลเครื่อง และมีแพทย์ที่เข้าใจในระบบการทำงาน ซึ่งคุณภาพของเครื่องแต่ละบริษัทไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี สิ่งที่ สปสช. ต้องพิจารณาคือการให้บริการเครื่องอัตโนมัติในปัจจุบันยังมี ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบที่เป็นการล้างไปด้วยหน้าท้องด้วยตัวเอง ทาง นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. จึงมีดำริว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่อง APD ด้วยวิธีการใดบ้าง เช่น ราคาน้ำยาซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลัก หรือการมีเครื่องที่มีระบบสนับสนุนที่สามารถติดตามปริมาณการใช้น้ำยาได้ว่าผู้ป่วยใช้ไปแล้วกี่ถุง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำกับการใช้งบประมาณ ที่ สปสช. ต้องรับผิดชอบ เป็นต้น

         “วันนี้ต้องบอกว่าการล้างไตโดยใช้เครื่องอัตโนมัติมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าใช้จ่ายการล้างไตทางหน้าท้องที่ คนไข้ล้างไตทางหน้าท้องด้วยตัวเอง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของ สปสช. ที่จะต้องดำเนินการเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยยังคงคุณภาพของการรักษาได้ตามวัตถุประสงค์ และทำให้มีการกระจายเครื่องไปให้กับผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

         ด้าน นพ.สุชาย กล่าวว่า ในมุมของแพทย์ บางครั้งการล้างไตด้วยตนเองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การใช้เครื่อง APD เข้ามาช่วยจะทำให้การล้างไตมีประสิทธิภาพและสะอาดมากขึ้น จุดเด่นที่สำคัญคือผู้ป่วยไม่ต้องล้างเองหรือเปลี่ยนน้ำยาหลายรอบ สำหรับเครื่อง APD ทั้ง 3 ยี่ห้อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนตัวมองว่ามีประสิทธิภาพในการล้างไตใกล้เคียงกัน แต่บางยี่ห้ออาจมีฟังก์ชันเสริม เช่น ซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจจับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ รวมถึงการมีเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความดันติดตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งเมื่อผู้ป่วยใช้งาน ระบบจะบันทึกข้อมูลเข้าสู่เครื่อง APD โดยอัตโนมัติ

         นอกจากนี้ เครื่อง APD หลายรุ่นยังสามารถรับ-ส่งข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ทำให้แพทย์เห็นข้อมูลของผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ และสามารถปรับแผนการรักษาได้จากโรงพยาบาลโดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยเดินทางมา ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งแก่แพทย์และผู้ป่วย

         “ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะมีการใช้เครื่องล้างไตอัตโนมัติมากกว่าที่จะให้ผู้ป่วยล้างด้วยตัวเองเนื่องจากมีความสะดวกสบายกว่า ซึ่งผู้ป่วยในประเทศไทยก็ถือว่าโชคดีที่ สปสช. ให้สิทธิประโยชน์นี้สำหรับผู้ป่วยในปัจจุบัน” นพ.สุชาย กล่าว

         น.ส.พรพรรณ กล่าวว่า ตนต้องทำการบำบัดทดแทนไตมานานประมาณ 5 ปี โดยในปีแรกต้องล้างด้วยตัวเอง ซึ่งต้องบอกว่าเหนื่อยมากเพราะต้องล้างทุกๆ 3-4 ชม. แม้แต่ตอนนอนหลับก็ต้องตื่นขึ้นมาล้างไต จนกระทั่ง 3 ปีก่อนได้เปลี่ยนมาใช้เครื่อง APD ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก มีความสะดวก ไม่ต้องตื่นขึ้นมาล้างไตกลางดึก สามารถออกไปทำกิจกรรมในช่วงกลางวันได้ อีกทั้งสามารถหิ้วเครื่อง APD และน้ำยาเดินทางไปยังต่างจังหวัดได้อีกด้วย

         “ขอขอบคุณ นพ.สุชาย และ สปสช. ที่เข้ามาดูแลผู้ป่วย ทำให้ได้ใช้เครื่อง APD ทำให้สามารถทำกิจกรรม ต่างๆ ได้สะดวกขึ้น รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าและมีกำลังใจที่จะทำอะไรได้อีกเยอะ” น.ส.พรพรรณ กล่าว

 




ที่มา : facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 

-->