บีโอไอ แจ้ง 7 ขั้นตอนสำคัญ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติโครงการจากบีโอไอแล้ว ควรทำอย่างไรบ้าง
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยการได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี การนำเข้าเครื่องจักร และสิทธิอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษีอย่างครบถ้วน พร้อมแนะนำ 7 ขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติโครงการจากบีโอไอ
การได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี การนำเข้าเครื่องจักร และสิทธิอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษีด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติโครงการจากบีโอไอแล้วควรทำอย่างไรบ้าง ?
1) แจ้งมติ
- บีโอไอดำเนินการแจ้งมติการพิจารณาโครงการภายใน 7 วัน โดยผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนสามารถรับหนังสือแจ้งมติด้วยตนเองได้ที่ บีโอไอสำนักงานใหญ่ หรือขอรับผ่านทางไปรษณีย์
2) ตอบรับมติ
- นักลงทุนตอบรับมติ ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่แจ้งมติ โดยใช้ช่องทางตอบรับได้ 2 ช่องทาง
- กรอกแบบฟอร์มผ่านระบบงานบัตรส่งเสริม (Promotion Certificate System)
- ยื่นแบบตอบรับมติการส่งเสริมการลงทุนที่กลุ่มบัตรส่งเสริม บีโอไอสำนักงานใหญ่ (กรณีการโอนกิจการ)
3) ยื่นขอรับบัตรส่งเสริม
- นักลงทุนเตรียมเอกสารออกบัตรส่งเสริมและยื่นขอรับบัตรส่งเสริมพร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณา ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ตอบรับมติ โดยสามารถยื่นผ่าน 2 ช่องทาง
- กรอกแบบฟอร์มผ่านระบบงานบัตรส่งเสริม (Promotion Certificate System)
- กรอกแบบฟอร์มประกอบการขอรับบัตรส่งเสริม พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน ประกอบการออกบัตร (กรณีการโอนกิจการ)
4) ออกบัตรส่งเสริม
- บีโอไอดำเนินการออกบัตรส่งเสริม ภายใน 10 วันทำการ โดยผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน สามารถรับบัตรส่งเสริมด้วยตนเองได้ที่ บีโอไอสำนักงานใหญ่
5) ยื่นขอสิทธิประโยชน์ นักลงทุนยื่นขอใช้สิทธิประโยชน์
- ด้านเครื่องจักร ผ่านระบบ eMT
- ด้านวัตถุดิบ/วัสดุจำเป็น ผ่านระบบ RMTS
- ด้านการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ผ่านระบบ e-TAX
- ด้านช่างฝีมือ/ผู้ชำนาญการต่างชาติ ผ่านระบบ SINGLE WINDOW
- ด้านอื่น ๆ เช่น การถือครองที่ดิน ผ่านระบบ e-LAND เป็นต้น
6) ยื่นขออนุญาตเปิดดำเนินการ
- นักลงทุนยื่นขออนุญาตเปิดดำเนินการ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโครงการ ตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม
7) ออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการ
- บีโอไอ ออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการ
ข้อควรรู้
การนำเข้าเครื่องจักร
- เมื่อได้รับสิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักร จะต้องนำเครื่องจักรเข้ามาภายใน 30 เดือน นับแต่วันที่ออกบัตรส่งเสริม โดยขออนุมัติผ่านระบบ eMT และขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร ได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี
การขยายเปิดดำเนินการ (ถ้ามี)
- กรณีขยายระยะเวลาครบเปิดดำเนินการ จะขยายได้อีก 1 ปีเพียงครั้งเดียว ผ่านระบบ e-Extension
การรายงานผล ISO
- เมื่อครบเปิดดำเนินการแล้ว โครงการที่มีขนาดการลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) จะต้องดำเนินการให้ได้ใบรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือ ISO 14000 หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่า ภายในระยะเวลา 2 ปี หากไม่สามารถดำเนินการให้ได้รับใบรับรอง ISO ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 1 ปี
ขอตัดบัญชีเครื่องจักรที่นำเข้ามา
- เมื่อครบกำหนดเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกิน 5 ปี (นับจากวันที่นำเข้าเครื่องจักร) สามารถยื่นขอตัดบัญชีเครื่องจักร ผ่านระบบ eMT
อย่าลืม การรายงานความคืบหน้าโครงการและผลการดำเนินงานประจำปี
- กรณียังไม่เปิดดำเนินการ จะต้องรายงานความคืบหน้าของโครงการ ปีละ 2 ครั้ง ทุกเดือนกุมภาพันธ์และกรกฎาคม
- กรณีเปิดดำเนินการแล้ว จะต้องรายงานผลการดำเนินการประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ทุกเดือนกรกฎาคม
การได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนด้านภาษีและอำนวยความสะดวกในการนำเข้าเครื่องจักร แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่สำคัญหลากหลาย นักลงทุนจึงควรปฏิบัติตามขั้นตอนและการดำเนินการอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตรงตามเวลาที่กำหนด จะช่วยให้ธุรกิจรักษาสิทธิประโยชน์จากบีโอไอได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ที่มา : Facebook BOI News
