รฟม. เร่งคืนผิวจราจรภายใน 14 วัน ยืนยันขอรับผิดชอบและเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย แถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายและดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด
วันที่ 28 กันยายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการแก้ไขซ่อมแซมถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และที่ปรึกษาควบคุมงาน เข้าร่วมให้ข้อมูลและรายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกฝ่ายบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขซ่อมแซมถนนทรุด เพื่อให้สามารถคืนสภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ให้ทันตามกำหนดระยะเวลา 14 วัน (ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2568) ซึ่งจากการลงพื้นที่ พบว่า การดำเนินงานต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงาน โดยทุกฝ่ายทั้ง รฟม. ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา กรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเร่งดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง และได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมายังไม่พบอุปสรรค ยังเป็นไปตามแผนงาน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้างในแต่ละวัน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์
โดยปัจจุบัน ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาฯ ได้เทคอนกรีตถมในหลุมแล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะนี้รอคอนกรีตเซ็ตตัว จากนั้นจึงเสริมความแข็งแรงด้านข้างด้วยคอนกรีตพ่น เพื่อไม่ให้เกิดดินสไลด์ตัว และในวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไปจะถมทรายกลับ
สำหรับ สน.สามเสน จากการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดตัวอาคารยังไม่พบการเคลื่อนตัวผิดปกติปัจจุบันมีการพ่นคอนกรีตเหลวเสริมความแข็งแรงของดินให้มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ลดการพังทลาย จากนั้น จะเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างฐานรากของตัวอาคารต่อไป โดยที่ผ่านมามีการเทปูนไปทั้งสิ้นประมาณ 1200 คิว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาจะมีฝนตกเล็กน้อย แต่ไม่มีผลกระทบต่อแผนงานในภาพรวม ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ และวางกระสอบทรายกั้น ในกรณีที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง สำหรับการยกวัสดุสิ่งของ เช่น เสาไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ท่อน้ำประปา และ เศษวัสดุอื่นๆ ที่อยู่ภายในหลุม ได้ทยอยนำขึ้นมาบางส่วนก่อน ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน
ในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ทางผู้รับจ้างงานโยธารายงานว่า สามารถติดต่อผู้ได้ผลกระทบแล้วและได้จัดหาที่พักให้ระหว่างการซ่อมแซมต่อไป
ทั้งนี้ ขอเรียนว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงอย่างรอบด้านและจัดเตรียมแผนรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิด เพื่อมิให้กระทบต่อแผนงาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบต่อไป
(25 ก.ย.68) นายกาจพจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมด้วยผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ ถนนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบและทรัพย์สินเสียหาย
พร้อมกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการทรุดตัวเริ่มจากท่อประปาใต้ดินชำรุดทำให้น้ำไหลออกมาผสมกับดิน จึงเกิดการเคลื่อนตัวตัวของชั้นดิน ไหลเข้าไปในอุโมงค์สถานีรถไฟฟ้า และเกิดการพังทลายในเวลาต่อมา
ในส่วนนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยหลายฝ่าย อาทิ สภาวิศวกร วิศวกรรมสถาน และสถาบันการศึกษา เพื่อมาตรวจหาข้อเท็จจริงที่ชัดเจนอีกครั้ง
หลังจากนี้ รฟม.จะเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็น 2 ระยะ
- ระยะที่ 1 จะเร่งดำเนินการทันที เพื่อคืนผิวจราจรให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง ด้วยการอุดรูรั่วโดยใช้กระสอบทราย กว่า 50,000 กระสอบ ถมลงไปในหลุม และเตรียมเทปูนซีเมนต์ทับ และตามด้วยการกลบทรายหรือดินเพื่อทำเป็นผิวถนน ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 14 วัน พร้อมได้รับการกำชับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้สแกนพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงและทบทวนขั้นตอนความปลอดภัยทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
- ส่วนในระยะที่ 2 จะเป็นการซ่อมแซมอุโมงค์ของสถานีให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งซึ่งต้อรอหลังจากมีการสำรวจของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ในส่วนความเสียหายและการเยียวยา ขอยืนยันว่าทางรฟม. และผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบไว้ทั้งหมด
ด้านนายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการรฟม. กล่าวเสริมว่า สำหรับมาตรการดูแลหากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ รฟม.เตรียมแผนเผชิญเหตุไว้อยู่แล้ว โดยได้มีการประสานกับสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครในการเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร และดูแลเส้นทางสัญจร อย่างไรก็ตามต้องเร่งอุดหลุมให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในอุโมงค์สถานี พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำมาระบายน้ำออกไม่ให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทางผู้รับจ้างได้เตรียมไว้แล้วเช่นกัน
