ททท. จัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568

ททท. จัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ภายใต้แนวคิด “Light Unites Us – แสงเชื่อมสัมพันธ์” พร้อมถ่ายทอดมิตรภาพอันงดงามของ ไทย–อินเดีย ระหว่างวันที่ 16 – 31 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ คลองโอ่งอ่าง และพาหุรัด กรุงเทพมหานคร ภายในงานชวนดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แห่งแสงผ่านการประดับไฟสุดวิจิตร การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ชมขบวนแห่สไตล์ Bollywood และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง พร้อมมอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่นักท่องเที่ยว

 

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมเฉลิมฉลองเทศกาล Diwali นอกประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด กับงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 ณ คลองโอ่งอ่างและพาหุรัด โดยได้รับเกียรติจากนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พลตำรวจตรีกฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นางสาวรุจิรา อารินทร์รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าว ณห้องโถงธนะรัชต์ ชั้น 1 ททท. อาคารสำนักงานใหญ่ ปีนี้ ททท. เนรมิตความสุขสนุกสนานสไตล์แดนภารตะด้วยแนวคิด “Light Unites Us” ใช้แสงเป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต ความหวัง ขจัดความมืดมน พร้อมถ่ายทอดมิตรภาพอันงดงามของ ไทย–อินเดีย ชวนผู้คนดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แห่งแสงผ่านการประดับไฟสุดวิจิตร การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ขบวนแห่สไตล์ Bollywood และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง พร้อมมอบสิทธิประโยชน์มากมายแก่นักท่องเที่ยวภายใต้กิจกรรม Amazing Thailand Grand Diwali Privilege 2025 หนุนเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้าไทยให้ครบ 2.5 ล้านคนตลอดปี

          นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ขอร่วมเฉลิมฉลองแสงแห่งศรัทธาครั้งสำคัญไปพร้อมพี่น้องชาวอินเดียกับเทศกาล Diwali หรือ “เทศกาลแห่งแสงสว่าง” หนึ่งในเทศกาลสำคัญระดับโลกที่มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีอันยาวนานของชาวอินเดีย เพื่อเฉลิมฉลองการขจัดความมืดสู่ความสว่าง ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ปีนี้ ททท. ยกระดับการจัดงาน Diwali ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในชื่อ “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 บริเวณ คลองโอ่งอ่างและพาหุรัด ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสำคัญด้านการทูตและการค้าไทย–อินเดีย พร้อมส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็น แลนด์มาร์ควัฒนธรรมไทย–อินเดียแห่งแรกของประเทศไทย โดยงานนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาล Diwali นอกประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด ตอกย้ำเป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (World Event Hub Destination)

          งาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ชวนทุกคนร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเทศกาลดีวาลี ภายใต้แนวคิด “Light Unites Us – แสงเชื่อมสัมพันธ์” ที่ใช้ “แสง” เป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต ความหวัง และการเฉลิมฉลอง พร้อมถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างสองวัฒนธรรม ไทย–อินเดีย ผ่านงานศิลป์ แสง สี เทคโนโลยีสื่อผสมที่ทันสมัย ปีนี้พื้นที่จัดงานแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่

          พื้นที่ถนนพาหุรัดวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 จะเนรมิตถนนทั้งสายให้สว่างไสวด้วยการประดับไฟอันวิจิตรและเทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น. และในวันที่ 18-20 ตุลาคม ชมการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–อินเดียถึงวันละ 4 รอบ อาทิ ระบำโคมอัจจะกัป ระบำโคมบัว นาฏยศิลป์ร่วมสมัย การแสดงผสมผสานระหว่างนาฏศิลป์คลาสสิก (Bharatanatyam) และนาฏศิลป์พื้นบ้าน (Bihu – อัสสัม) India Contemporary dance and Bollywood dance

          และพิเศษสุดวันที่ 19 ตุลาคม 2568 พิธีเปิดงานและพบกับขบวน “Happiness Troop” ที่จะสร้างความสุขและสีสันสุดคึกคัก ทั้งขบวนแห่พระแม่ลักษมี พระพิฆเนศ และขบวนสไตล์ Bollywood ก่อนจะสนุกต่อเนื่องกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ จ๊ะ นงผณี, Musketeers, ปราง ปรางทิพย์, Mirrr, มีนตรา อินทิรา และ ZANI ที่จะมามอบเสียงเพลงและพลังแห่งความสุขให้ตลอดค่ำคืน นอกจากเสียงดนตรีและแสงไฟแล้ว พาหุรัดยังจะกลายเป็นพื้นที่ศิลปะแห่งชีวิต ผ่านผลงานศิลปะบนกำแพง (Art Wall) และศิลปะบนพื้น (Art Street) ในพื้นที่พาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง จำนวน 8 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนการการสร้างสรรค์ศิลปะจากบริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-อินเดีย

          อาทิ การสาธิตการเพ้นท์เฮนน่า การเพ้นท์โคมไฟ การร้อยลูกปัด การทำพัดสาน การแสดงเชิงวัฒนธรรมบอลลีวูด การออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าสไตล์อินเดีย และเชิญผู้ร่วมงานสัมผัสแก่นแท้ของดิวาลีผ่านการบูชาพระลักษมีและพระพิฆคเณศ ปลุกพลังศรัทธา ต้อนรับแสงใหมในชีวิตอย่างงดงาม เสริมความสำเร็จและโชคลาภ

          อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือบริเวณ คลองโอ่งอ่าง ที่จะถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟหลากสีฉายสะท้อนผืนน้ำงดงาม ตกแต่งด้วยศิลปะรังโกลี (Rangoli) และตะเกียง Diyas นับร้อย ที่จะถูกจุดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับแสงใหม่ในชีวิต ตั้งแต่วันที่ 16-31 ตุลาคม เวลา 16.00-22.00 น. และในวันที่ 16-20 ตุลาคม 2568 ผู้ร่วมงานยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงเชิงวัฒนธรรมบนเวทีย่อยริมคลอง เติมสีสันให้ค่ำคืนแห่งแสงให้งดงามยิ่งขึ้นด้วย 

          นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรที่ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลดีวาลีในพื้นที่อื่น ๆ ประกอบด้วย ICONSIAM ห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ทั้งนี้ ตลอดระยะการจัดงาน ททท. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 100,000 คน และคาดการณ์รายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศในช่วงเทศกาลดิวาลี ไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาท

          ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังมอบประสบการณ์เหนือระดับแก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียและผู้ร่วมงานผ่านกิจกรรม “Amazing Thailand Grand Diwali Privilege 2025” ส่งต่อความสุขให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รับเทียนที่ระลึกและสิทธิพิเศษส่วนลดในการใช้บริการด้านการท่องเที่ยวจากพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ สยามพิวรรธน์, Central Group, King Power, Big C, One Bangkok, Erb, ซื่อสัตย์ iSnack, Jula’s herb และอีกมากมาย

          โดยเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์ภายในงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 วันที่ 16-18 ตุลาคม 2568 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งภายในงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 วันที่ 16-20 ตุลาคม 2568 ณ พื้นที่คลองโอ่งอ่าง และวันที่ 18-20 ตุลาคม 2568 ณ พื้นที่พาหุรัด เพื่อให้ทุกการมาเยือนในช่วงเทศกาลดีวาลีครั้งนี้ เต็มไปด้วยแสงแห่งความสุข ความโชคดี และประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดในประเทศไทย

          ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนและรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียแล้วกว่า 1,821,962 คน ครองอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้ดี ประกอบกับเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วัน ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) ไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันเริ่มขยายการเดินทางไปยังพื้นที่หมู่เกาะ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 36,704 บาท/คน/ทริป จำนวนวันพักเฉลี่ย 6.60 คืน

          ทั้งนี้ ททท. ยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ Family, Incentive, Wedding & Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf พร้อมตั้งเป้าหมายกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวอินเดียให้ได้ 2.5 ล้านคนภายในสิ้นปี 2568