สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เดินหน้า คุ้มครองผู้บริโภค ผนึกกำลัง 5 แพลตฟอร์มออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เดินหน้า คุ้มครองผู้บริโภค ผนึกกำลัง 5 แพลตฟอร์มออนไลน์

         สันติ ปิยะทัต เดินหน้า Quick Big Win คุ้มครองผู้บริโภค ผนึกกำลัง 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ สกัดบุหรี่ไฟฟ้า – ควบคุมร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

         นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามการขับเคลื่อน 5 นโยบาย “Quick Big Win” คุ้มครองผู้บริโภค ผนึกกำลัง 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ สกัดบุหรี่ไฟฟ้า – ควบคุมร้านค้าฉวยโอกาสขึ้น ราคาโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

         วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล – นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ 5 บริษัทแพลตฟอร์ม ออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการเฝ้าระวังการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้โครงการ “คนละครึ่งพลัส”

         โดยนายสันติ เปิดเผยว่า ตามแนวทางนโยบาย “Quick Big Win” ซึ่งประกอบด้วย 5 เรื่องหลัก ได้แก่

  • โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
  • โครงการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า
  • มาตรการลดค่าครองชีพเพื่อสร้าง ความเป็นธรรมในการเช่าที่อยู่อาศัย
  • นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและกำกับดูแลธุรกิจให้เช่ารถยนต์และ รถจักรยานยนต์ และ
  • นโยบายอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SME)

         สำหรับการจดแจ้งการค้า และจดทะเบียนบริษัทในจุดเดียวหรือช่องทางออนไลน์ โดยหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลคือการปราบปราม บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับข้อความและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า หากพบการฝ่าฝืนจะถูกระงับบัญชีผู้ขายทันที พร้อมมีมาตรการลงโทษอย่างเข้มงวด รวมถึงแจ้งเงื่อนไขสินค้า ควบคุมให้ร้านค้าทราบชัดเจน เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย

         “รัฐบาลตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้พื้นที่ออนไลน์ของประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน อย่าซื้อ อย่าขาย และอย่าสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าในทุกรูปแบบ หากพบเห็นการจำหน่าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือแพลตฟอร์มร้องเรียนออนไลน์ของ สคบ. โดยรัฐบาลจะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและยั่งยืน” นายสันติ กล่าว

         สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส ที่เริ่มให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ช้อปปี้ ไลน์แมน และแกร็บ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือการทุจริต ด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • มอบโค้ดส่วนลดค่าอาหารให้ผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิ
  • ลดค่าธรรมเนียมให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อบรรเทาภาระผู้ประกอบการรายย่อย

         “โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ใช่เพียงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับ เศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยั่งยืน เงินทุกบาทของรัฐจะต้องถึงมือประชาชนและ ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง รัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและร่วมกันรักษาความโปร่งใส เพื่อให้โครงการนี้เป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ” นายสันติ กล่าว

         ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง สคบ. ได้จัดตั้ง ศูนย์แก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ เฉพาะกิจ สำหรับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าภายใต้โครงการคนละครึ่งพลัส และเปิดช่องทาง ร้องเรียนพิเศษออนไลน์ เพื่อให้ดำเนินการรับเรื่องร้องทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมจัดทำ “Positive List” รายชื่อผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วไปที่ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจาก สคบ. เพื่อให้ประชาชนสามารถ เลือกซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

-->