นายกรัฐมนตรี มั่นใจถอนอาวุธไทย – กัมพูชา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ย้ำเปิดด่านชายแดนต้องถามประชาชนก่อน
นายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่าความร่วมมือในการถอนอาวุธระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสันติภาพชายแดน พร้อมย้ำว่าการเปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชาจะต้องสอบถามความคิดเห็นประชาชนก่อน และจะยังไม่เปิดด่านจนกว่าจะมั่นใจว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงลดลงและสามารถควบคุมได้อย่างปลอดภัย
การลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับพลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมลงนามเพื่อเป็นสักขีพยาน ที่มีกรอบความร่วมมือ 8 เรื่องเพื่อมุ่งสู่การสร้างสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างแท้จริง
จนนำไปสู่การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC ) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ว่าด้วยการถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ โอเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา
ซึ่งได้แบ่งประเภทอาวุธออกเป็น 3 ประเภท และกำหนดช่วงเวลาในการถอนอาวุธแต่ละประเภท โดยกำหนดเป็น 3 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 1 – 21 พฤศจิกายน 2568 วันที่ 22 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2568 และวันที่ 13 – 31 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้จากการเริ่มถอนอาวุธหนักร่วมกันเป็นวันแรก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งในช่วงแรกอาจมีการติดขัดบ้างแต่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายาม ที่จะทำตามข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ขอย้ำว่าต้องถามประชาชนก่อนและจะไม่เปิดด่านจนกว่าจะมั่นใจว่าภัยต่อความมั่นคงของชาติลดลงไปจนเราสามารถวางใจและควบคุมได้
